Ai ทำ Podcasts พอดแคสต์ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าในปัจจุบัน Ai เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่นำมาใช้กับเรื่องการทำคอนเทนต์ค่อนข้างเยอะ ซึ่งพอดแคสต์ก็เป็นอีกหนึ่งประเภทคอนเทนต์ที่เอไอมาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำพอดแคสต์แบบเดิม ๆ มากพอสมควร
แต่สิ่งที่หลายคนกังวลว่า การที่เรานำ Ai มาใช้งานตลอดกระบวนการทำคอนเทนต์ และ Podcasts นั้น จะทำให้เราสูญเสียตัวตนไปหรือไม่ ผลตอบรับจากผู้ฟังจะเป็นอย่างไร หรือเราจะเน้นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมถ้ามี Ai ช่วยทำพอดแคสต์แล้ว ซึ่งทาง Digital Break Time เลยจะมาแชร์ประสบการณ์ การใช้ Ai ทำ Podcast พอดแคสต์ รวมไปถึงการทำคอนเทนต์งานเขียนด้วยเล็กน้อย ว่าใช้งาน Ai อะไรบ้าง และเราต้องระมัดระวังจุดไหน เพื่อให้เราบาลานซ์ความเป็นตัวเราในพอดแคสต์ และการใช้ Ai ในบางส่วน โดยที่เราไม่ได้สูญเสียตัวตนของเราทั้งหมดไปเหมือนให้ Ai ทำแทนเราทั้งหมด
Ai ทำ Podcasts พอดแคสต์ แบบไหนที่ไม่ต้องเสียความเป็นตัวเอง และทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- Ai ทำ Podcasts พอดแคสต์ ในด้านในบ้างจากประสบการณ์จริง
- ใช้ Ai ในการหาข้อมูลต่าง ๆ ในเบื้องต้น หา Source ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และไอเดียในการคิดหัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
- เจนรูปเพื่อให้สื่อถึงเรื่องในพอดแคสต์ อาจจะใช้เจนวิดีโอด้วย
- ตัดคลิปให้ดูสมูธขึ้นด้วย Capcut ปรับเสียงให้ความดังเสมอกันง่าย ๆ ตัดคลิปสั้นง่ายกว่าเดิม
- Transkriptor ตัวช่วยทำซับไตเติ้ล ให้พอดแคสต์ของเราไปได้หลายภาษา
- แปลภาษาจากต้นฉบับ (ต้นฉบับเราที่เราเขียนเอง) แต่ชัดเจนว่าการแปลนี้ใช้ Ai ช่วย เพื่อความโปร่งใส
- สิ่งที่ในปัจจุบันคิดว่ายังทำเองอยู่ แล้วยังทำได้ดี
- สรุป Ai ทำ Podcasts พอดแคสต์ และคอนเทนต์ ทำแบบไหนที่ไม่ต้องเสียความเป็นตัวเอง
Ai ทำ Podcasts พอดแคสต์ ในด้านในบ้างจากประสบการณ์จริง
อันนี้เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือและการใช้ Ai ในการทำ Podcasts ที่ทาง Digital Break Time ได้ใช้มา ว่าใช้กับอะไรบ้าง
ใช้ Ai ในการหาข้อมูลต่าง ๆ ในเบื้องต้น หา Source ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และไอเดียในการคิดหัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
พอการมาของ Ai นั้นก็ทำให้เรามีตัวเลือกในการหาข้อมูลที่ง่ายขึ้นเหมือนกัน หลายคนอาจจะเลือกใช้แบบให้สรุปมาเพื่อที่เราสามารถเข้าใจได้ในทันที แต่สำหรับทางผู้เขียนเองนั้นมักจะให้ช่วยหา Source แหล่งที่มามากกว่า ซึ่งส่วนตัวจะนิยมใช้ภาษาไทยในการเขียน Prompt อาจจะมีบ้างที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่ง Ai ก็ใช้งานได้ดีและเข้าใจได้ดีมาก
- ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้งานจริง
“ช่วยหาที่มา ของบทความต่าง ๆ ที่ว่าด้วย การทำ Digital Marketing แบบ B2B ว่าควรใช้เครื่องมือใดดี ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย อย่างละ 5 ที่มาก็ได้ครับ พร้อมสรุปง่ายๆให้หน่อยครับ”
ซึ่ง Ai ก็จะหาที่มาของบทความต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีตามที่เรา Prompt ไป และถ้าเราขอสรุปด้วย Ai ก็จะสรุปให้ว่าควรใช้อะไรบ้าง ซึ่งเราก็มักจะเข้าไปอ่านบทความเต็ม ๆ จากที่มาที่แนบให้
ซึ่งที่เราใช้บ่อย ๆ เราก็จะใช้ ChatGPT หรือ Gemini หรือถ้าต้องการแบบลึกขึ้น ก็ให้ทำการแบบ Deep Research ซึ่งจะบอกแบบละเอียดมาก ๆ ยาวเป็นหน้ากระดาษ รวมทั้งยังมีที่มาของเว็บไซต์ที่นำข้อมูลมาบอกให้กับเราด้วย เรียกว่าดีมาก ๆ แต่ทว่า Google Search เราก็ยังใช้งานอยู่ เพราะบางทีต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม Google Search ยังเป็นอีกเครื่องมือที่สำคัญที่เรายังใช้งานอยู่เช่นกัน
แน่นอนว่าเราก็นำวิธีนี้ไปใช้กับไอเดียได้ด้วย ถ้าไอเดียเราตัน ไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่รู้จะเริ่มต้นสคริปต์ด้วยเรื่องอะไรดี พอ Ai ให้ไอเดียเรามา เราก็สามารถทำไปทำต่อได้รวมไปถึงบางทีก็รวมไอเดียของเราเข้าไปด้วยได้เหมือนกัน
เจนรูปเพื่อให้สื่อถึงเรื่องในพอดแคสต์ อาจจะใช้เจนวิดีโอด้วย

อันนี้ยอมรับเลยว่า เข้าเว็บไซต์พวก Photo Stock น้อยลงมาก นาน ๆ จะเข้าทีแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อก่อนที่จะมี Ai เข้ามานั้น การที่เราต้องมานั่งเลือกรูปประกอบ ก็ถือว่าใช้เวลาอยู่ ซึ่งทำให้พฤติกรรมของเราเปลี่ยนไปค่อนข้างมากเมื่อ Ai เข้ามา ส่วนตัวเอง เราใช้เจนรูปไม่ได้เยอะมาก เพราะส่วนมากใช้แค่ 1-2 รูปต่อคอนเทนต์เท่านั้น เท่าที่เห็นรูปจากหน้าปกในปัจจุบัน เกือบจะทั้งหมดนี่สร้างมาจาก Ai แต่ว่าเรายังวางตัวอักษรเอง จัดรูปแบบเองอยู่ เพียงแค่ใช้รูปบางส่วนจาก Ai
ส่วนการใช้วิดีโอนั้น เนื่องจากส่วนตัวเองยังไม่ได้ตัดคลิปสั้น หรือทำวิดีโอเพื่อประกอบพอดแคสต์มากนัก แต่ก็พอจะเห็นภาพได้ว่า การเจนวิดีโอจาก Ai ตอนนี้มีการใช้งานแพร่หลายมาก ส่วนตัวที่ใช้งานพอไหว ก็คือ Sora จากทางฝั่ง Open Ai เจ้าของเดียวกับ ChatGPT นี่แหละ ถึงแม้ว่าจะไม่เนียนมากนัก แต่ข้อจำกัดนั้นไม่มาก สามารถทำวิดีโอประกอบพอดแคสต์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
ในขณะที่ทำคอนเทนต์นี้นั้น Ai สร้างวิดีโอ Veo 3 จาก Gemini นั้นได้เปิดตัวมาแล้ว และทำวิดีโอได้เนียนสุดๆ ยังไม่พอมีการพากย์เสียงให้เสร็จ เรียกได้ว่าอาจเป็นเทรนด์การทำวิดีโอขึ้นมาเลย ซึ่งแน่นอนว่าสามารถนำมาใช้กับการทำ Podcasts ได้ด้วย
ตัดคลิปให้ดูสมูธขึ้นด้วย Capcut ปรับเสียงให้ความดังเสมอกันง่าย ๆ ตัดคลิปสั้นง่ายกว่าเดิม
อันนี้จะเรียกได้ว่าเป็น Ai ไหมนะ ก็น่าจะใช้ เพราะ Ai นั้นไม่ได้หมายถึง Generative Ai อย่างเดียว แต่เป็น Ai ที่อยู่ในเครื่องมืออื่น ๆ ด้วย ซึ่งเราใช้งาน Capcut เพื่อการตัดต่อวิดีโอสำหรับทำ Podcasts (เมื่อก่อนบอกเลยว่าใช้ iMovie ที่อยู่ในเครื่อง MacBook) ซึ่ง Capcut ตัวเวอร์ชันโปรนั้นมีความสามารถหลายอย่าง แต่เอาจริงๆ เราใช้ทำพอดแคสต์นั้นก็ใช้แค่ไม่กี่อย่าง เช่น
- ทำให้เสียงในคลิปดูสมูธ เสียงเท่าๆกัน ลดนอยซ์ แค่กดไม่กี่คลิก
เข้าใจคนอัดพอดแคสต์ บางทีปรับระดับไมค์ไม่เท่ากัน หรือเราทำเสียง Intro ไว้ก่อนแล้ว แต่เสียงดังไม่ค่อยเท่ากันเท่าไร เราก็สามารถทำให้เสียงดังอยู่ในระดับเดียวกันได้ และยังมีการลดนอยซ์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย เพียงแค่การกดไม่กี่คลิกเองเท่านั้น - ตัดประโยค วิดีโอบางส่วนแบบอัตโนมัติ ให้กลายเป็น Short Video
หลายคนน่าจะชอบ เพราะการทำวิดีโอยาว ๆ แบบพอดแคสต์ ถ้าให้เรามานั่งตัดเองกลายเป็นวิดีโอสั้นทีละคลิป และต้องมาเลือกช่วงเอง ก็จะใช้เวลานานอยู่พอสมควร ซึ่งยิ่งถ้าใครอัดพอดแคสต์แบบเห็นหน้า จัดแสงดี ๆ ก็จะทำให้วิดีโอพอดแคสต์ยาวของเราสั้น กลายเป็นวิดีโอสั้นได้หลายคลิปเลยทีเดียว ทำได้ค่อนข้างง่ายด้วย
ต้องบอกก่อนว่าจริง ๆ แล้ว ฟีเจอร์ Ai ใน Capcut มีค่อนข้างเยอะ ซึ่งตัวเองไม่ได้เป็นสายที่ตัดต่อมือโปร อาจจะอธิบายได้ไม่หมด ใครที่นำไปใช้กับการตัดต่อพอดแคสต์ในแง่ไหนได้บ้างก็มาแชร์กันได้ เผื่อทาง Digital Break Time จะได้นำวิธีไปใช้บ้าง
Transkriptor ตัวช่วยทำซับไตเติ้ล ให้พอดแคสต์ของเราไปได้หลายภาษา

ถ้าใครหลายคนสังเกต ว่าพอดแคสต์ของ Digital Break Time ใน YouTube ของเรานั้นมี ซับไตเติ้ลมาสักระยะแล้ว มีทั้งภาษาไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งที่เราใช้นั่นก็คือ Ai ที่มีชื่อว่า Transkriptor สามารถถอดซับไตเติ้ล ถอดข้อมูลการประชุมที่เป็นเสียง หรือแม้กระทั่งถอดซับจาก YouTube ก็ได้ เรียกว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากพอสมควร
แต่แอบบอกไว้นิดนึงว่าบางทีก็แปลไม่ได้ตรงเป๊ะนัก หรือถอดความได้ไม่ถูกต้อง ยิ่งถ้าเราพูดไทยคำ อังกฤษคำ (อย่าง Digital Break Time นี่แหละ) มีงงบ้าง มีอ๊องบ้างเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แจ่ว่าก็เรียกว่าถ่ายทอดข้อความได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว และเราสามารถปรับแก้ข้อความได้ด้วย
ยังไม่พอเราก็สามารถแปลภาษาได้ตามที่ถอดความมา ซึ่งมีรองรับหลายภาษามาก ๆ แต่เราก็ใช้ภาษาเท่าที่จำเป็น การแปลและการถาดความก็ใช้ระยะเวลาไม่นานนัก ราว 1-5 นาที ขึ้นอยู่กับความยาวของคลิป จากนั้นเราก็สามารถดาวน์โหลดได้เป็นไฟล์แบบ .srt ได้เลย เพื่อนำซับไตเติ้ลไปใช้กับ YouTube ได้ หรือจะดาวน์โหลดเป็นสกุลไฟล์อื่นก็ได้เช่นกัน
อีกประโยชน์ของ Transkriptor คือ ทำ Time Stamp ได้ง่ายขึ้น จากที่เมื่อก่อน บน YouTube เราต้องมานั่งฟังว่าถึงนาทีที่เท่าไร ที่พูดเรื่องนี้อยู่ ก็จะลำบากและใช้เวลาพอสมควร แต่ถ้าถอดความมาเรียบร้อย ก็แค่กดค้นหาคีย์เวิร์ดหัวข้อที่เราต้องการ แล้วดูเวลา ก็เรียกว่าเป็นการทำ Time Stamp ได้ง่ายขึ้นมาก
แปลภาษาจากต้นฉบับ (ต้นฉบับเราที่เราเขียนเอง) แต่ชัดเจนว่าการแปลนี้ใช้ Ai ช่วย เพื่อความโปร่งใส

สิ่งที่นำมาใช้งานเพิ่มเติมคือเรื่องของการแปลภาษา เพราะถึงแม้ส่วนตัวเองจะไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากนัก แต่ก็สามารถแปลได้ แต่การเขียนและเรียบเรียงจากภาษาไทยนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและทักษะอยู่ไม่น้อย
และเมื่อเราได้ลองใช้ Ai ซึ่งส่วนตัวใช้ ChatGPT เป็นหลักในการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (บางทีก็ Gemni บ้าง) ก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว เพราะเมื่อเราใส่ Prompt เข้าไปแล้วนั้น สิ่งที่ ChatGPT แปลมาเรียกว่าเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้แบบเรียบง่าย เข้าใจได้ดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจในเรื่องของ Digital Marketing ที่เล่ามาได้ ความหมายนั้นเป็นไปตามเดิมเลย แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ทำให้ในปัจจุบันนี้ ทาง Digital Break Time ทำเพียงคอนเทนต์เดียว สามารถทำไปใช้ได้ทั้ง บทความภาษาไทย บทความภาษาอังกฤษ และยังเป็นสคริปต์ที่ไว้เล่าในพอดแคสต์ได้อีก นับว่าเป็นการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่ามาก ๆ เนื่องจากทางผู้เขียนเอง มีเวลาจำกัด สามารถสร้างคอนเทนต์ได้จำนวนไม่มากนัก แต่เน้นเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก เลยมีแนวคิดว่าไหน ๆ ก็ใช้เวลาทำคอนเทนต์ประมาณนึง ก็กระจายไปคอนเทนต์ของเราเป็นรูปแบบอื่น ๆ ด้วยเลย
แต่อย่างที่บอกไปว่า เราทำการแปลมาเลย ดังนั้นเราจึงมีการแจ้งไว้เสมอว่าอันนี้เป็นการแปลนะโดยใช้ ChatGPT ช่วย ซึ่งเราต้องการกระจายความรู้ในด้าน Digital Marketing ให้มากขึ้น และแน่นอนว่าก็มีผลพลอยได้ในเรื่องของ SEO ในหน้าภาษาอังกฤษมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ ตรงนี้ก็เรียกได้ว่าเราก็มองหาลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และต้องการทำธุรกิจอย่างถูกต้อง ซึ่งก็ต้องมีการทำตลาดอยู่ในนั้นด้วย แต่ว่าการทำ Digital Marketing ในประเทศไทย ก็ต้องอาศํยคน Local คนท้องถิ่นที่รู้ในด้านนี้ และรู้ว่าคนไทยมีพฤติกรรมอย่างไร ต้องทำโฆษณาในช่องทางไหนถึงจะดี ซึ่งเราก็อยากเป็นหนึ่งในนั้นที่ช่วยทำการตลาดให้ โดยก่อนหน้านี้ก็มีชาวต่างชาติทักมาเป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว ขนาดในช่วงทำเฉพาะคอนเทนต์ภาษาไทยอย่างเดียว ก็มีชาวต่างชาติเข้ามาอ่านคอนเทนต์ (คิดว่าใช้เครื่องมือในการแปลเอา) แล้วติดต่อมาด้วย
Digital Break Time ถ้าใครหลายคนสังเกต จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงมาสักพัก เพราะเว็บไซต์ของเราเริ่มรองรับภาษาอังกฤษแล้ว (แต่หน้าภาษาอังกฤษยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ยังอ๊อง ๆ งงๆ เป็นช่วงๆ แต่คิดว่าน่าจะเรียบร้อยในเร็วๆ นี้) ก็คิดว่าคอนเทนต์ภาษาอังกฤษน่าจะเป็นไปได้ด้วยดีเช่นกัน
สิ่งที่ในปัจจุบันคิดว่ายังทำเองอยู่ แล้วยังทำได้ดี

สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เรายังทำด้วยตัวเองอยู่ในการทำพอดแคสต์และคอนเทนต์ เพื่อไม่ให้สูญเสียความเป็นตัวเองไป เราคิดว่าที่คนยังฟังหรืออ่านคอนเทนต์เราอยู่น่าจะยังต้องการเหมือนกันนั่นคือ
การลงมือเขียนคอนเทนต์บทความ และสคริปต์เอง ได้ลงรายละเอียด ที่สามารถกำหนดได้
เรียกว่าเป็นสิ่งที่เราไม่ยอมให้ Ai ทำแทนเราเด็ดขาด เพราะเราคิดว่าเราก็มีดีอยู่ในการเขียนเรื่องเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ในการทำ Digital Marketing ที่ได้พบเจอมา ทำให้เราเผยแพร่ข้อมูลและคุณค่านี้ออกไปอย่างที่ตัวเราเองต้องการ และเป็นภาษาของเราเอง เรายังสามารถได้จัดลำดับความคิดทางอ้อมได้ด้วย การได้เขียนเอง ลงรายละเอียดเอง (บางทีคุณอาจจะเห็นเราพิมพ์ผิดบ้างเล็ก ๆ น้อยๆ ก็สามารถแจ้งกันได้) เรารู้สึกว่าตรงนี้เรายังมีคุณค่า เอาเป็นว่างานเขียนในส่วนของการลงรายละเอียดทั้งหมด เราจะยังทำเองอยู่
เอาจริง ๆ เรานั่งไล่อ่านฟีดแบ็คอยู่เหมือนกัน ทั้งใน Social Media และเว็บไซต์ที่นำของเราไปอ้างอิงบ้าง ซึ่งเคยได้อ่านเจอคนที่แชร์คอนเทนต์ของเรา แล้วกล่าวถึงว่า “ลำดับในการเขียนคอนเทนต์ดีมาก อ่านตามแล้วเข้าใจง่าย ช่องพอดแคสต์เล่าแบบไม่มีภาพยังเห็นภาพ” หรือ “เคยอ่านบทความของคนคนนี้ เพราะ Author Description เลย เยี่ยม” (อันนี้เค้าเขียนอย่างนี้จริง ๆ) ทำให้ผู้เขียนเองใจฟูมาก ๆ ยังรู้ว่ามีคนฟังเราอยู่ มีคนอ่านคอนเทนต์ของเรา และคอนเทนต์ของเราก็ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น เหมือนเป็นกำลังให้เราทำงานที่เราชอบต่อ ๆ ไป เราก็จะไม่สูญเสียความเป็นตัวเองตรงนี้ โดยใช้ประสบการณ์ของเราเล่าเรื่องและถ่ายทอดข้อมูลความรู้ที่เรามีต่อไป
การอัดพอดแคสต์ด้วยเสียงตัวเอง ถึงแม้จะใช้เวลา แต่เราก็ได้พูดจริง คนฟังก็ได้รับฟังตัวตนของเรา
ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ Ai จะช่วยพากย์เสียงได้ หรือแม้กระทั่งใช้เสียงของเราเองให้พากย์ออกมาได้ แต่นั่นก็บอกเลยว่าไม่ใช่ตัวเรา สู้เราพูดพอดแคสต์เองจริง ได้อ่านและจดจำสคริปต์ ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ไม่น้อย เรียกว่าในช่วงแรก ๆ เราตะกุกตะกักมากเลยทีเดียว แต่เป็นเพราะการได้เริ่มทำเอง ก็ทำให้เราพูดได้เข้าใจมากขึ้น แต่ถึงจะไม่ได้ดี 100% ก็ตาม แน่นอนว่าการอัดพอดแคสต์ด้วยเสียงของเราเอง และส่วนมากเป็น Long Take อาจจะมีการสะดุดไปบ้าง เว้นช่วงเวลาเดดแอร์ไปก็มี หรือการมีคำติดปากอย่าง เอ่อ ก็อาจจะผิดพลาดไปบ้าง แต่ก็ถือว่ายังมีความเป็นมนุษย์อยู่
การที่ผู้ฟังได้รับสารที่เราสื่อออกไป และยังมีฟีดแบ็คมาด้วย ก็เหมือนกับว่าเราทำงานแล้วมีคนคอยให้กำลังใจเราอยู่ ทั้งหมดนี้ก็เรียกได้ว่าเราจะทำด้วยตัวเองต่อไป
แต่ก็พูดเถอะ นี่ได้ทดลองใช้งาน NoteBookLM เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของ AI จาก Google และ Gemini Ai สามารถสร้างพอดแคสต์จากบทความภาษาไทยได้แบบเนียนมาก ๆ ด้วยฟีเจอร์ Audio Overview เรียกว่าพูดชัดและพูดรู้เรื่องกว่าตัวผู้เขียนเองอีก แต่แน่นอนว่าทาง Digital Break Time จะยังใช้การอัดพอดแคสต์ด้วยตัวเองอยู่ ฟังเสียงเป็ดของผู้เขียนไว้ได้เลย
สรุป Ai ทำ Podcasts พอดแคสต์ และคอนเทนต์ ทำแบบไหนที่ไม่ต้องเสียความเป็นตัวเอง
การใช้ Ai ช่วยทำพอดแคสต์และทำคอนเทนต์ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด อยากให้มองเป็นตัวช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น แต่การที่เราจะให้ Ai ทำงานแทนที่เราทั้งหมดของเรานั้น ก็อาจจะกลายเป็นการที่ทำให้ตัวตนของเราจืดจางและหายไปได้ และไม่อยากให้คอนเทนต์ของเรารันด้วย Ai 100% ทั้งหมด เพราะจะขาดความเป็นมนุษย์ ดังนั้นอาจจะคงบางสิ่งบางอย่างไว้ให้เราทำเอง โดยในกรณีของเรานั้นสิ่งที่ยังทำเองอยู่การเขียนคอนเทนต์เอง และการอัดพอดแคสต์เอง ที่จะช่วยให้คอนเทนต์ของเราเป็น Original เป็นต้นฉบับ มีคุณค่า ยังคงความเป็นมนุษย์ไว้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ถูกหรือดูสมบูรณ์แบบ แต่มนุษย์ก็เป็นแบบนี้ ยังมีความผิดพลาดได้บ้าง แต่ก็เป็นตัวของตัวเองได้อยู่
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





