ปรับ Target ROAS / ROI ปรับแบบไหนดี จริงๆ แล้วในเรื่อง Target ROAS นั้นเรียกว่าเป็นฟีเจอร์พื้นฐานในการปรับแคมเปญโฆษณาของ Shopee Ads, Lazada Ads, TikTok Ads ถ้าใครรู้สึกว่ายุ่งยากอาจให้ระบบคิดเองก็ย่อมได้ แต่ถ้าใครต้องการกำหนด Target ROAS / ROI เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดก็ทำได้เช่นกัน แต่คำถามก็คือ แล้วจะปรับอย่างไรดีล่ะ
ต้องขอขอบคุณผู้ติดตาม ผู้อ่านและผู้ฟัง ที่ได้ขอเรื่อง Target ROAS เข้ามา ว่าอยากฟังในแง่มุมอื่นๆ นอกเหนือจาก Google Ads บ้าง ทางผู้เขียนเลยทำเรื่องของ Target ROAS / ROI ในแง่ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ว่าหลักการปรับนั้นจะมีอะไรบ้าง
ปรับ Target ROAS / ROI กับโฆษณา Shopee, Lazada, TikTok Ads ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- งบน้อย งบไม่มาก ลองปรับ Target ROAS / ROI ให้สูงกว่าปกติ
- ใช้เงินต่อวันไม่หมด ปรับ Target ROAS / ROI ลดลง เพื่อให้ใช้เงินต่อวันให้มากขึ้น
- วัน DDay, Mid Month, Pay Day จะปรับ Target ROAS / ROI หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรา
- หลักการปรับ Target ROAS / ROI ลองเริ่มที่ 20-40% แล้วดูผลสัก 1 อาทิตย์
- ปรับ Target ROAS / ROI แบบไหนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

💡 Pro Tip: เซฟรูปเพื่อนำไปแชร์ต่อได้เลยครับ
งบน้อย งบไม่มาก ลองปรับ Target ROAS / ROI ให้สูงกว่าปกติ
สำหรับคนงบน้อย งบไม่มาก โดยเฉพาะเพื่อแบ่งเป็นแต่ละแคมเปญ หรือแบ่งตามสินค้าแล้ว งบอาจจะอยู่แค่หลักร้อยเท่านั้น แนะนำเลยว่าให้ปรับ Target ROAS / ROI ให้สูงกว่าปกติ เนื่องจากว่าเมื่อเราปรับให้สูงขึ้นแล้ว ระบบจะพยายามหาคนที่ใช่มากที่สุด นั่นคือคนที่มีแนวโน้มที่จะซื้อ และได้ Target ROAS / ROI ตามที่เราระบุไว้ ซึ่งระบบจะ Bidding ในราคาต่อคลิกต่ำ ทำให้ในบางจังหวะนั้นโฆษณาโชว์น้อย และอาจทำให้โฆษณาใช้เงินต่อวันไม่หมดได้ แต่อย่าลืมว่า เราก็งบน้อยอยู่แล้ว นั่นก็ทำให้การใช้เงินต่อวันเรานั้นหมดอยู่ดี ซึ่งแนะนำว่าการปรับ Target ROAS / ROI ให้สูงกว่าปกติ นั้น อาจจะพิจารณาว่าเงินต่อวันใช้หมดหรือไม่ แล้วค่อย ๆ ลองปรับ Target ROAS / ROI ให้สูงกว่าที่เคยได้จากค่าเฉลี่ย อาจจะเริ่มที่ 20% จากนั้นรอดูผลอีกครั้ง เพื่อให้ได้ ROAS / ROI สูงขึ้น
ใช้เงินต่อวันไม่หมด ปรับ Target ROAS / ROI ลดลง เพื่อให้ใช้เงินต่อวันให้มากขึ้น
เมื่อสถานการณ์กลับกันจากข้อแรก ถ้าใช้เงินต่อวันยังไงก็ไม่หมด ทั้ง ๆ ที่จำนวนเงินไม่ได้มากต่อวันขนาดนั้น การปรับ Target ROAS / ROI ให้ลดลงนั่นจะช่วยให้การ Bidding สูงขึ้น ราคา CPC จะเพิ่มขึ้น และทำให้สินค้าของเราสู้คู่แข่งได้ การโชว์ก็จะสูงขึ้นเช่นกัน แต่ว่าการใช้เงินก็จะเร็วขึ้น กินเงินต่อวันอาจจะหใดไวภายในครึ่งวันได้เลย ดังนั้น ก็ต้องมาชั่งน้ำหนักกันให้ดีว่าจะปรับ Target ROAS / ROI เท่าไรดี ก็แนะนำว่าอยู่ที่ 20-30% ต่อครั้งแล้วค่อยดูผลลัพธ์กันอีกทีนึง
แต่การที่เราพบเจอปัญหาใช้เงินต่อวันไม่หมด การปรับ Target ROAS / ROI ถึงแม้จะช่วยได้จริง แต่ก็ต้องแลกมากับ ROAS / ROI ที่ลดลง และจะคุ้มค่ากับเงินที่โฆษณาหรือไม่ จริงๆ การเพิ่มสินค้าเพิ่ม ในแคมเปญ ก็เป็นอีกหนทางในการแก้ปัญหาได้เช่นกัน เพราะในบางครั้งสินค้าที่เราจะพยายามทำโฆษณา ราคาอาจจยากต่อการได้ ROAS / ROI ที่ต้องการ คู่แข่งสูง หรืออาจเป็นเพราะตัวสินค้าเอง แต่พอดีสินค้าใหม่ที่หลากหลาย การคัดเลือกของโฆษณาจะพยายามส่งสินค้าที่ได้ผลตอบรับดีออกไปอยู่แล้วนั่นเอง
วัน DDay, Mid Month, Pay Day จะปรับ Target ROAS / ROI หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรา
หลาย ๆ คนอาจจะพบว่าในช่วงหลัง ๆ นี้ เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น TikTok Ads หรือ Shopee Ads เอง มักจะมีฟีเจอร์ที่ช่วยปรับ Target ROAS / ROI แบบอัตโนมัติ (เช่น Promotion Days ใน TikTok Ads ส่วนของ Shopee Ads คือ การเพิ่มประสิทธิภาพช่วงแคมเปญ) โดยมักจะเป็นการปรับ Target ROAS / ROI ให้ลดลง เนื่องจากว่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันช่วงแคมเปญ เพราะในช่วงแคมเปญนั้นการทำโฆษณาจะสูงมาก ทั้งการเพิ่มงบให้สูงขึ้น และมีการปรับ Target ROAS / ROI แบบ Manual เพื่อให้ใช้เงินมากขึ้น เพื่อให้ลำดับการโฆษณาอยู่สูงกว่าคู่แข่ง เลยกลายเป็นว่า เหล่าแพลตฟอร์มโฆษณาก็ตอบโจทย์ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ปรับ Target ROAS / ROI ให้ลดลงช่วงแคมเปญนั่นเอง
อ้าว ที่พูดมามันก็เป็นข้อดีเกือบหมดเลยนี่ แต่จะขัดกับหัวข้อไหมว่า ไม่จำเป็นต้องปรับ Target ROAS / ROI ให้ต่ำลงในช่วงแคมเปญ หรือไม่ต้องใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณมีจุดประสงค์เหล่านี้ ก็ไม่ต้องปรับได้ เช่น
- ร้านค้าของคุณไม่ได้เข้าร่วมแคมเปญ Double Day, Mid Month, Pay Day
- ยอดขายร้านของคุณในช่วงวันแคมเปญก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เมื่อเทียบกับวันธรรมดา
- การใช้เงินโฆษณาต่อวันในร้านค้าของคุณ โดยปกติ ก็ใช้เงินงบหมดต่อวันอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องการเพิ่มงบเป็นพิเศษ
- สินค้าในร้าน เป็นสินค้าที่ซื้อเพราะความจำเป็น ไม่ใช่สินค้าที่ต้องกักตุนหรือซื้อเพราะอารมณ์ในช่วงแคมเปญ
จะเห็นได้ว่าถ้าเราเข้าข่ายตามด้านบน ก็ไม่เป็นจำเป็นที่จะต้องปรับ Target ROAS / ROI เลยนี่หน่า ซึ่งก็จริง เพราะถ้าคุณปรับ Target ROAS / ROI ให้ต่ำลง แต่จุดประสงค์ของคุณคือไม่ได้ต้องการแข่งขันกับคนอื่นขนาดนั้น ก็จะกลายเป็นว่าทำให้โฆษณาของคุณรันได้ไม่ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องใช้งานทุกฟีเจอร์ที่ระบบให้มากก็ได้
หลักการปรับ Target ROAS / ROI ลองเริ่มที่ 20-40% แล้วดูผลสัก 1 อาทิตย์
ต้องบอกก่อว่าตัวเลข 20-40% และ 1 อาทิตย์ เป็นเลขที่ได้จากประสบการณ์การทำงานขึ้นมา ถ้าลองคิดดูว่าการปรับ Target ROAS / ROI ถ้าเป็นการปรับให้สูงขึ้นแบบทีละมาก ๆ ก็อาจจะประสบปัญหาได้ในเรื่องของโฆษณาไม่รันเลย ทำให้ยอดขายที่ควรจะได้ก็หายไป หรือถ้าเป็นการปรับให้ลดต่ำลงมาก ก็จะกลายเป็นว่า ความคุ้มค่าในการทำโฆษณาจะลดลงอย่างน่าใจหาย GMV ตกร่วงระนาว ดังนั้นการปรับทีละน้อย ๆ ก็จะช่วยให้ปรับตัวได้ดีกว่านั่นเอง
ส่วนเรื่องของระยะเวลา ถ้าลองคิดตามดูว่าเราปรับ Target ROAS / ROI ทุกวันเลย จะวัดผลให้นิ่งนั้นก็จะเป็นไปได้ยากมาก เพราะยิ่งปรับบ่อย ระบบก็จะไม่นิ่งทำให้เราไม่รู้เลยว่าการที่เราปรับนั้นผลลัพธ์เป็นอย่างไร ยังไม่รวมถึงการปรับในช่วงของวันแคมเปญ ทำให้การวัดผลยิ่งยากเข้าไปอีก ดังนั้นหลังจากปรับ Target ROAS / ROI แล้วค่อยรอดูผลสัก 1 อาทิตย์ให้นิ่งๆจะดีกว่า
ปรับ Target ROAS / ROI แบบไหนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
จะเห็นได้ว่าก่อนปรับ Target ROAS / ROI นั้นควรถามตัวเองก่อนว่า จุดประสงค์ที่เราต้องการนั้นคืออะไรกันแน่ จุดประสงค์บางอย่างนั้นการปรับ Target ROAS / ROI ก็สามารถช่วยได้ แต่ถ้าจุดประสงค์ที่เราต้องการนั้น ไม่ได้ตอบโจทย์การปรับ Target ROAS / ROI ต่อให้เราปรับไปก็อาจจะไม่ได้ช่วยอะไร และถ้าปรับแล้วมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก็อาจจะส่งผลเสียได้อีกด้วย
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





