เปิดตัวสินค้าใหม่ จะเริ่มทำ Digital Marketing ผ่านช่องทางไหนดี เรียกว่าเป็นคำถามยอดฮิตเลยทีเดียว สำหรับเจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มต้นคิดค้นสินค้าหรือบริการใหม่ พร้อมที่จะเปิดตัวแล้ว มีวางจำหน่ายเรียบร้อย เหลือแค่เพียงโปรโมตให้เป็นที่รู้จัก ทาง Digital Break Time เลยมาแนะนำช่องทางยอดนิยมกันดังนี้
เปิดตัวสินค้าใหม่ ผ่านทาง Facebook หรือ Instagram
Facebook นั้นเป็นสื่อ Social Media มาตรฐานของไทยไปแล้วก็ย่อมได้ ข้อดีของการเปิดตัวสินค้าและบริการผ่าน Facebook นั้น แบรนด์สามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างทันท่วงที รวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายมีความครอบคลุม ไม่ว่าอายุเท่าไร อาชีพไหน ๆ ก็มักจะใช้งาน Facebook เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายแบรนด์นิยมเปิดตัว โดยการซื้อโฆษณาลงบน Facebook เป็นจำนวนมาก โดยราคาที่เราจะซื้อโฆษณาก็ขึ้นอยู่กับงบการตลาดของเรา แต่ก็จำเป็นที่จะต้องเลือกรูปแบบการโฆษณาให้ถูกต้อง เพื่อให้แคมเปญเกิดผลสำเร็จตามที่เราต้องการ
ส่วน Instagram นั้นเน้นการโพสต์ที่เป็นรูปไลฟ์สไตล์สวย ๆ สินค้าที่เหมาะมากกับทาง Instagram ก็คงจะหนีไม่พ้นสินค้าเสื้อผ้า แฟชัน ความสวยงาม หรือสินค้าอื่น ๆ ซึ่งทางแบรนด์ก็มักจะทำควบคู่ไปกับ Facebook เลย
แต่ Facebook และ Instagram ก็มีข้อด้อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ Facebook ยังไม่มีการทำสื่อที่จ่ายเป็นแบบ Cost per Day ที่ช่วย Announce สินค้าใหม่ อย่างเช่นใน YouTube ก็จะมีโฆษณารูปแบบ Masthead ที่สามารถโฆษณาในหน้าโฮมของ YouTube ทั้งวัน ส่วนของ Twitter ก็จะมีส่วนของ First View และ Promoted Trends ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกัน เป็นการโฆษณาที่ทุกคนจะต้องเห็นเมื่อเข้ามาใน Twitter ซึ่งคนที่โฆษณาใน Facebook ก็คงพอจะเห็นภาพ (แต่ผู้เขียนคิดว่าในอนาคต Facebook หรือ Instagram อาจเพิ่มช่องทางนี้เข้ามาก็ได้)
Twitter เน้นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

สำหรับ Twitter ข้อดีคือข่าวสารแพร่กระจายไปไว ทุกคนสามารถเป็นผู้กระจายข่าวสารได้ อีกทั้งยังมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานค่อนข้างสูง ไม่เหมือนกับ Facebook ที่ค่อนข้างจะอิ่มตัวแล้ว อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมวัยรุ่น รวมไปถึงวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของ Twitter ซึ่งแคมเปญการเปิดตัวสินค้า หรือบริการใหม่ จำเป็นที่จะต้องใช้ แฮชแท็ก เนื่องจาก Twitter มีจุดเด่นอยู่ที่แฮชแท็กเลยก็ว่าได้
ถ้าหากต้องการจะเปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ ก็ขอแนะนำ First View และ Promoted Trends ส่วนของ First View นั้น อยู่ในตำแหน่งหน้าโฮมของ Twitter คนที่ใช้งานในวันนั้นก็เรียกว่าก็น่าจะเห็นโฆษณาของคุณเป็นจำนวนมาก ส่วนของ Promoted Trends เป็นการโปรโมตแฮชแท็ก ถ้าคุณกดที่เมนูค้นหา ก็จะเจอแฮชแท็กที่ถูกโปรโมต มั้งสองอย่างนี้คิดราคาเป็นแบบ Cost per Day โฆษณาจะอยู่ได้หนึ่งวัน ก็จำเป็นที่จะต้องติดต่อกับทางเอเจนซี่หรือตัวแทนจำหน่ายโฆษณาของ Twitter ก่อนล่วงหน้า ไม่สามารถซื้อได้ด้วยตัวเองได้ ส่วนราคานั้น บอกเลยว่าไม่แพง (จริง ๆ นะ) ราคาของทั้ง First View และ Promoted Trends อยู่ที่ประมาณ หกหลักต้น ๆ (ราคานี้คือช่วงปีที่บทความนี้เผยแพร่ ถ้าใครอ่านบทความนี้นานแล้วราคาต้องอัพเดตกันใหม่) ถ้าซื้อคู่กันราคาก็จะถูกไปอีกด้วย
ส่วนรูปแบบโฆษณาอื่น ๆ นั้นก็ทำได้เหมือน Facebook เป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม ส่วนใครที่กังวลว่าจะติด Tracking สำหรับทำ Conversion ได้หรือไม่ บอกเลยว่าได้แน่นอน ดังนั้น Twitter เลย
เน้น Awareness หนัก ๆ ต้อง YouTube
YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย มีกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย โดยเฉพาะการทำโฆษณาในรูปแบบวิดีโอ เน้นการ Awareness ระดับใหญ่ ยิ่งโปรดักชันวิดีโอมีความครีเอทีฟสูง ยิ่งตอบรับได้ดี และมีคุณภาพ เนื่องจากคนที่เข้ามาใน YouTube นั้นเข้ามาเพื่อดูวิดีโอเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีความอดทนต่อการรองรับโฆษณาแบบวิดีโอได้ดี เรียกว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่คนสนใจย้ายจากการเปิดตัวโฆษณาผ่านทีวีมาลง YouTube เป็นจำนวนมาก หรือทำไปควบคู่กันก็ย่อมได้
โดยเฉพาะโฆษณาในรูปแบบ Masthead ที่เป็นโฆษณาในหน้าแรกของ YouTube ราคาโฆษณาคิดเป็น Cost per Day โฆษณาได้ในหนึ่งวัน คนที่เข้าใช้งาน YouTube ในวันนั้น ๆ ก็แทบจะเห็นโฆษณาในหน้าแรกกันทั้งนั้น ส่วนราคานั้นอยู่ที่วันละราวๆ ถึงเจ็ดหลักกันเลยทีเดียว เรียกว่าราคาสูงกว่าทวิตเตอร์หลายเท่าตัว
ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าเราต้องการโฆษณาเองก็สามารถทำได้ผ่าน Google Ads โดยถ้าต้องการเน้น Awareness ก็สามารถเลือกได้หลายรูปแบบ เช่นโฆษณารูปแบบกดข้ามได้ หรือกดข้ามไม่ได้ (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและความยาวของวิดีโอ) โดยเฉพาะโฆษณาวิดีโอในรูปแบบที่ข้ามได้ มีการคิดโฆษณาเมื่อเกิดการดูในระดับที่ 30 วินาที (แต่ถ้าโฆษณาสั้นกว่า 30 วินาที ก็คือต้องดูจนจบ ถึงจะมีการคิดเงิน) เรียกว่าคนดูจริงอะไรจริงเลยทีเดียว
สำหรับคำแนะนำจากทาง Digital Break Time ให้ดูว่าสินค้าของเรานั้นกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร มี Buyer Persona อย่างไร แล้วจึงค่อยเริ่มจากการโปรโมตผ่าน Social Media หรือช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายของเรา มีคนใช้มากที่สุดก่อนก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเป็นจำนวนมาก แนะนำให้โปรโมตผ่านหลากหลายช่องทางเป็นหลัก เพราะคนในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวอีกต่อไป เกิดการข้ามแพลตฟอร์มไปมา เราจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่ในทุกที่ ที่ลูกค้าเราไปอยู่ด้วย
ใครที่มีคำถามเกี่ยวกับ Digital Marketing หรือเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ สามารถ Inbox สอบถามได้ที่ Facebook ของ Digital Break Time คำถามเด็ด ๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์จะนำมาเขียนบอกเล่าให้กับคนอื่น ๆ ได้รู้ด้วย
ติดตามข่าวสาร บทความดี ๆ จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, Twitter, Line Official Account, Instagram
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





