คีย์เวิร์ด Google Ads สำหรับทำ Paid Search เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ค่อนข้างสร้างความปวดหัว เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดีในการเลือกคีย์เวิร์ด การเลือกคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ Paid Search นั้นไม่ใช่ว่าจะเลือกคีย์เวิร์ดใดใส่เข้าไปก็ได้ เพราะถ้าเลือกคีย์เวิร์ดที่กว้างเกินไป ก็เท่ากับเป็นการสิ้นเปลือง และไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้เกิด Conversion ต่ำ แต่ถ้าเป็นคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง คนค้นหาต่ำ โฆษณาก็โชว์น้อย ถึงแม้อัตราการคลิกจะสูง แต่จำนวนคลิกและ Conversion ก็น้อยเหมือนกัน
ทาง Digital Break Time จึงได้รวบรวมวิธีคิด เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการเลือกคีย์เวิร์ดสำหรับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องได้
คีย์เวิร์ด Google Ads สำหรับทำ Paid Search เลือกอย่างไร คัมภีร์แบบง่าย สำหรับผู้เริ่มต้น
คีย์เวิร์ด Google Ads ใช้กลุ่มชื่อแบรนด์ สินค้าและบริการของตัวเอง
เป็นกลุ่มคีย์เวิร์ดที่ง่ายที่สุด เริ่มต้นได้ทันที และเจ้าของสินค้าและบริการมักจะชอบอีกด้วย เช่นสมมติว่าชื่อแบรนด์สินค้าของเราคือ ABC เราก็ใส่คีย์เวิร์ดสำหรับทำ Paid Search “ABC” เข้าไป พอมีใครค้นหาชื่อแบรนด์สินค้าของเรา ก็จะโชว์โฆษณานั้นบนผลการค้นหาของ Google ทันที
ข้อดี
- มักมี Conversion สูง
เนื่องจากคนที่ค้นหาชื่อแบรนด์สินค้าของเรา นั่นหมายความว่ามีความต้องการที่จะซื้อสินค้าของเราอยู่แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมถึง Conversion ได้จาก Keyword ในกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก
ข้อที่ควรระวัง
- จำนวนคลิกและ Conversion ต่ำ
อ้าว หลายคนอาจสงสัย ไหนข้อความด้านบนยังบอกอยู่เลยว่า Conversion สูงอยู่เลย อันนี้มีข้อแม้เล็กน้อยคือถ้าแบรนด์ของคุณเป็นแบรนด์เกิดใหม่ ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก แน่นอนว่าอัตราค้นหาด้วยชื่อแบรนด์ของคุณก็จะต่ำ ก็ย่อมส่งผลให้เกิดคลิกน้อย และ Conversion ก็น้อยตามด้วย
- สิ้นเปลืองหากติดอันดับด้วย SEO อยู่แล้ว
การค้นหาชื่อแบรนด์ตัวเอง มักจะมีผลลัพธ์การค้นหาแบบ Organic ติดอันดับแรกอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกใช้คีย์เวิร์ดของแบรนด์ตัวเองในการทำ Paid Search ทำให้ดูสิ้นเปลืองมากเกินไป สู้ให้ผลลัพธ์จาก Organic ได้ทำงานจะดีกว่า
กลุ่มชื่อแบรนด์ สินค้าและบริการของคู่แข่ง
การเลือกใช้ชื่อแบรนด์ของคู่แข่ง ที่มีสินค้าหรือบริการใกล้เคียงกัน ทำให้เรากลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โชว์ขึ้นมา แทนที่จะเป็นของคู่แข่งการค้นหาตรง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยมเช่นกัน
ข้อดี
- ได้ Conversion จากกลุ่ม Target เดียวกันจากคู่แข่ง
ไม่ต้องเป็นกังวลเลยว่ากลุ่มเป้าหมายจะไม่ตรง เพราะกลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาชื่อแบรนด์คู่แข่งคือแม่นยำมาก มีโอกาสที่จะได้ลูกค้าจากคู่แข่งอีกด้วย
ข้อที่ควรระวัง
- อัตราคลิก และ Conversion น้อย
แน่นอนว่าคีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้องกันต่ำ ก็จะทำให้อัตราการคลิก และ Conversion น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผลลัพธ์การค้นหาไม่ได้ตรงตามที่ต้องการ เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดการมองข้ามโฆษณาโดยใช้ชื่อแบรนด์คู่แข่งไป - ราคาต่อคลิกมักจะสูงกว่าปกติ
อย่างที่กล่าวไปในเบื้องต้น Google มักจะถือประสบการณ์ของคนที่ค้นหาเป็นสำคัญ คีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้องกันต่ำ อย่างชื่อแบรนด์อื่น แน่นอนว่าราคาต่อคลิกมักจะสูง และลำดับการโชว์โฆษณาก็มักจะต่ำกว่าเจ้าของแบรนด์ทำเอง
ชื่อประเภทสินค้าหรือบริการที่วางจำหน่าย

อันนี้ก็ไม่ยาก เป็นการโฆษณาแบบตรงตัว เช่นถ้าเราเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม อย่างคลินิคเสริมความงาม ก็ให้เลือกซื้อคีย์เวิร์ดตามบริการที่เรามี เช่น Hifu, เสริมจมูก, ฉีดฟิลเลอร์ ฯลฯ ให้เหมาะสมกับบริการที่เกี่ยวข้อง
ข้อดี
- ตรงกลุ่มเป้าหมาย
การโฆษณาโดยใช้คีย์เวิร์ดตามที่เรามีบริการ เป็นการโฆษณาที่ค่อนข้างมีความแม่นยำสูง เนื่องจากคนที่ค้นหาคำเหล่านี้มีความสนใจในบริการอยู่แล้ว ทำให้มีอัตราการคลิกสูง มีโอกาสได้ Conversion มาก (ขึ้นอยู่กับการ Bidding ด้วย)
ข้อที่ควรระวัง
- มีการแข่งขันที่สูง เพราะหลายธุรกิจก็ใช้คีย์เวิร์ดคำเดียวกัน
ไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่ใช้คำเหล่านี้ในการโฆษณา แต่ธุรกิจที่มีความคล้ายคลึงกับเรา ก็ย่อมใช้เหมือนกัน จึงอย่างแปลกใจที่ว่ามีคู่แข่งที่ใช้คำเดียวกับเต็มไปหมด ถ้าหากเราขาดความรู้ในด้านการทำ Paid Search แล้ว ก็อาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาได้ เช่นโฆษณาแล้วอยู่ในอันดับล่าง ๆ หรือโฆษณาไม่โชว์ โฆษณายอดคลิกต่ำได้
คีย์เวิร์ดเกี่ยวกับปัญหา
หลายคนนิยมใช้ Google ในการค้นหาของต้นตอปัญหา เช่นถ้าเรานอนกรน เราก็มักจะค้นหาด้วยชื่ออาการ หรือชื่อโรค แล้วถ้าเราเลือกซื้อคีย์เวิร์ดคำว่า “นอนกรน” อาจเป็นโฆษณาเกี่ยวกับโปรแกรมการตรวจสุขภาพ หรือตรวจ Sleep Test หรือโฆษณาเครื่อง CPAP จึงอย่าแปลกใจที่คีย์เวิร์ดเหล่านี้นิยมถูกซื้อใช้เกี่ยวกับธุรกิจด้านสุขภาพมากเป็นพิเศษ แต่คุณก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจอื่น ๆ ได้เช่นกัน
ข้อดี
- คู่แข่งน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพ
คีย์เวิร์ดในลักษณะนี้ มักจะถูกใช้งานน้อยกว่าคีย์เวิร์ดแบบที่เป็นสินค้าหรือบริการโดยตรง เมื่อคู่แข่งน้อย ก็มีโอกาสโฆษณาของเราที่จะแสดงมากยิ่งขึ้น จึงอย่าแปลกใจที่ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี แต่ก็ต้องเขียนโฆษณา (Ad Text) รองรับและสอดคล้องด้วย
ข้อที่ควรระวัง
- บางธุรกิจ ทำได้ยาก
บางธุรกิจ หรือบางสินค้าบริการ ก็นำคีย์เวิร์ดในรูปแบบปัญหาไปใช้ได้ยากกว่าคีย์เวิร์ดทั่วไป และย่อมต้องทำการบ้าน วางแผนที่หนักกว่าปกติ เพราะต้องรู้ลึกถึงปัญหาที่คนค้นหา และต้องเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการอกีด้วย
จะเห็นได้ว่าการแบ่งจัดกลุ่มคีย์เวิร์ด จะช่วยให้การทำ Paid Search ใน Google Ads ทำงานได้ง่ายขึ้น ใครลองใช้คีย์เวิร์ดแบบไหนกัน มาแบ่งปันหรือสอบถามกันได้
ใครที่มีคำถามเกี่ยวกับ Digital Marketing หรือเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ สามารถ Inbox สอบถามได้ที่ Facebook ของ Digital Break Time คำถามเด็ด ๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์จะนำมาเขียนบอกเล่าให้กับคนอื่น ๆ ได้รู้ด้วย
ติดตามข่าวสาร บทความดี ๆ จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, Twitter, Line Official Account, Instagram
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





