Digital Marketing รถเช่า ธุรกิจนี้เรียกได้ว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก ดังนั้นใครที่จะมาลงสนามทำ Digital Marketing ในธุรกิจรถเช่า อาจต้องวางแผนให้ดีก่อนเริ่ม วางจะใช้เครื่องมือไหน เหมาะกับรถเช่าที่เรามีแค่ไหน ไม่อย่างนั้นก็อาจเกิดการละลายงบโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ แทนที่จะได้ผลลัพธ์หรือลูกค้ากลับมา
ซึ่งทาง Digital Break Time เอง ได้ดูแลธุรกิจรถเช่ารายหนึ่งและได้เริ่มทำการตลาด เลยรู้ว่าธุรกิจนี้การแข่งขันสูงมาก มีความแตกต่างกับธุรกิจขายรถค่อนข้างสูง เลยเมื่อได้วางแผน และลงมือทำจริง ก็ต้องปรับแผนไปมากพอสมควร เลยเป็นที่มาของคอนเทนต์นี้ ว่าการทำ Digital Marketing ธุรกิจรถเช่า จะเริ่มจากเครื่องมือใดก่อนดี โดยแบ่งตามประเภทการให้บริการและรถเช่าที่เรามี
Digital Marketing รถเช่า ธุรกิจนี้ควรเริ่มต้นโฆษณาเครื่องมืออะไรก่อน ไม่ให้ละลายงบทิ้ง
- 1.กลุ่มรถเช่าทั่วไป ท่องเที่ยว และรถส่งสนามบิน เริ่มต้นจาก Search ใน Google Ads
- 2. กลุ่มรถหรู รถสปอร์ต รถหายาก เริ่มจาก Meta Ads ที่ให้ได้ Message หรือ Lead เป็นหลัก
- 3. กลุ่มรถเช่าระยะยาว รายเดือน รายปี เน้นกลุ่มธุรกิจ องค์กร B2B
- 4. อย่าลืมเรื่องของ Local SEO เจอเราง่ายขึ้น และ CRM เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ
- สรุป Digital Marketing รถเช่า ธุรกิจนี้ควรเริ่มต้นโฆษณาเครื่องมืออะไรก่อน

1.กลุ่มรถเช่าทั่วไป ท่องเที่ยว และรถส่งสนามบิน เริ่มต้นจาก Search ใน Google Ads
ประเภทรถของในกลุ่มนี้ ก็เป็นรถเก๋งทั่วไป SUV หรือรถตู้ รวมไปถึงรถรับส่งจากสนามบิน ที่เน้นเรื่องของการเช่าเพื่อขับเองและท่องเที่ยวเป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มรถเหล่านี้จะเริ่มจากความต้องการ (Demand Driven) ซึ่งมีความต้องการอยู่แล้ว เพียงแต่กำลังตามหาว่าจะเช่ารถที่ไหนดีเท่านั้นแหละ อีกทั้งมองหาประเภทรถ และโปรโมชั่นที่ต้องการ
- เครื่องมือที่ควรเริ่ม คือ Search ใน Google Ads
อย่างที่กล่าวไปว่า กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่กำลังหาว่ารถแบบไหน ราคาที่เหมาะสม เท่านั้นเอง เราก็ต้องเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น ดังนั้น Search ใน Google Ads จึงดูเหมาะสมที่สุด ควรเริ่มจากตรงนี้ก่อน และก็อย่าลืมต้องมีเว็บไซต์สวย ๆ รองรับเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปอ่านในเบื้องต้นได้ว่า เรามีรถอะไรบ้าง ถ้ามีระบบจองในเว็บไซต์ด้วยก็ยิ่งดี นับ Conversion ลงในเว็บไซต์เลย จากนั้นค่อยขยายไปยังการทำโฆษณาในแพลตฟอร์มอื่นๆต่อไป - Tips ที่ควรรู้ เน้นคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง หรือใช้ภาษาอื่น เพื่อเจาะกลุ่มคนต่างชาติ
ลูกค้าลุ่มนี้มักจะค้นหาด้วยคำที่เฉพาะเจาะจง เช่น “รถเช่า เชียงใหม่” “เช่า Alphard ขับเอง” ดังนั้นพยายามใช้คีย์เวิร์ดตามด้วยสถานที่ หรือระบุรุ่นรถได้เหมือนกัน รวมไปถึงถ้าอยากได้ลูกค้าต่างชาติ ก็สามารถทำโฆษณาด้วยภาษาต่าง ๆ ได้ตามที่เราต้องการ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เพื่อขยายฐานลูกค้ามากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าหน้า Landing Page ในเว็บไซต์ก็ควรมีภาษานั้นๆ รองรับ และควรมีคนที่สื่อสารภาษานั้นๆ ได้ด้วย เพราะการเช่ารถจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่แล้ว
2. กลุ่มรถหรู รถสปอร์ต รถหายาก เริ่มจาก Meta Ads ที่ให้ได้ Message หรือ Lead เป็นหลัก
ส่วนของรถหรู หรือรถสปอร์ต รถกลุ่มนี้เรียกว่าเป็นรถที่ปริมาณคนเช่าอาจจะไม่ได้เยอะมาก เรียกว่าเป็นกลุ่มคนที่จะเช่าค่อนข้างจำกัด แต่จุดเด่นของการเช่ารถหรูมักจะมีราคาค่าเช่าต่อวันสูง และการเช่าจะแตกต่างจากแบบแรก เพราะการเช่ารถหรูจะถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์เป็นหลัก มีบ้างที่จะเช่าเพื่อไปขับขี่โดยตรงเพื่อทดลองสมรรถนะของเครื่องยนต์ แต่ก็มีเยอะเช่นเดียวกันที่จะเช่าไปเพื่ออารมณ์และภาพลักษณ์ เช่นเช้ารถไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง หรือเช่ารถเพื่อไปประกอบงานอีเวนต์ต่าง ๆ ก็มีเช่นเดียวกัน
- เครื่องมือที่ควรเริ่มคือ Meta Ads เพื่อให้ได้ Message และ Lead รวมถึง Awareness
เครื่องมือแรกสำหรับการทำ Digital Marketing สำหรับธุรกิจเช่ารถหรู นั่นคือ Meta Ads โดยทำโฆษณาไปลง Facebook และ Instagram เพื่อให้ได้ Message และ Lead เนื่องจากกลุ่มคนที่จะเช่ารถกลุ่มนี้นั้นมีจำกัดมาก ๆ และเป็นการเช่าที่เน้นเรื่องของอารมณ์และภาพลักษณ์เป็นหลัก ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องหาคนกลุ่มนี้ เราเลยต้องทำโฆษณาที่เน้นเรื่องของภาพลักษณ์ที่ดูดี แล้วยิงแอดไปหาคนกลุ่มนี้ให้เจอ โดยมุ่งเน้นในเรื่องของให้ได้ข้อความ และ Lead นั่นเอง เพื่อสอบถามข้อมูลและติดต่อกลับเพื่อเช่ารถหรูนั่นเอง - Tips ที่ควรรู้ เน้นวิดีโอสวย หรู ดูแพง เพิ่มภาพลักษณ์ ลองใน YouTube และ TikTok เพิ่ม
ส่วนของ Creative ต้องเน้นภาพลักษณ์เป็นพิเศษ ต้องสวย ดูแพง เน้นภาพลักษณ์ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก แต่ยังไม่พอ ถ้าคุณเริ่มจาก Meta Ads แล้ว ยังพอมีงบอื่น ๆ ก็ลองทำ Awareness เช่นโฆษณาที่เน้น View หรือ Engagement ในช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้ง TikTok Ads และ Google Ads ฝั่ง YouTube เพื่อสร้างการรับรู้และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับแบรนด์เรามากขึ้น
3. กลุ่มรถเช่าระยะยาว รายเดือน รายปี เน้นกลุ่มธุรกิจ องค์กร B2B
ต่อมาเป็นกลุ่มรถเช่าระยะยาว รายเดือน รายปี ลักษณะรถมักจะเป็นรถกระบะ หรือรถตู้ และรถเก๋ง แต่กลุ่มเป้าหมายมักจะเป็นกลุ่มองค์กร และกลุ่มธุรกิจ (แน่นอนว่าลูกค้าคนทั่วไปก็มีบ้าง) ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ที่เน้นเป็นองค์กรและต้องการเช่าระยะยาว เพราะคำนวณดูแล้วเป็นเรื่องของสิทธิ์ทางภาษี ที่ทางบริษัทสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการซื้อรถโดยทั่วไป ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรง และถ้าเรามีรถที่ตรงใจบริษัท สามารถออกใบเสนอราคาได้ มีแนวโน้มสูงมากที่เราจะได้ลูกค้าองค์กร และไม่เพียงแค่นั้นลูกค้าองค์กรมีแนวโน้มที่จะมีความต้องการเช่ามากขึ้น หรือแนะนำเราให้กับองค์กรอื่นมากขึ้นด้วย ถ้าเราบริการดี ตรงความต้องการของลูกค้าองค์กร
- เครื่องมือที่ควรเริ่มคือ Google Ads ส่วนของ Search และ Performance Max
เนื่องจากเป็นลูกค้าแบบองค์กร คนที่ค้นหามักจะเป็นฝ่ายจัดซื้อ นั่นหมายความว่าลูกค้ามีความต้องการอยู่แล้ว สิ่งที่กำลังค้นหาเพิ่มเติมคือจะสามารถเช่ารถระยะยาวได้ที่ไหน และมีรถแบบใดที่เหมาะกับองค์กรนั้นๆ บ้าง ดังนั้น Search จึงค่อนข้างตอบโจทย์มาก ๆ เพราะค้นหาสิ่งที่กำลังต้องการก็โผล่มาทันที ส่วนอีกอย่างนั่นคือ Performance Max ใน Google Ads เช่นเดียวกับ ข้อดีของ Performance Max นั้นจะช่วยกระจายโฆษณาของเราไปยังทุกช่องทางของ Google เช่น Gmail, Google Maps, Google Search, Display, YouTube นั่นหมายความว่าโฆษณาของเราจะไปโผล่ในส่วนสำคัญอย่าง Search ที่เรากล่าวไป รวมไปถึง Google Maps เพราะลูกค้าของเราจะได้รู้ว่าโชว์รูมสำนักงานของเราอยู่ที่ไหน เพราะลูกค้าองค์กรต้องการความน่าเชื่อถือเป็นหลัก - Tips ที่ควรรู้ ความน่าเชื่อถือต้องมา เว็บไซต์เลยจำเป็นมาก
แน่นอนว่าการที่เราจะทำโฆษณาใน Google Ads จำเป็นที่จะต้องมีเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่เว็บไซต์สำหรับการเช่ารถระยะยาวจะแตกต่างจากเว็บไซต์เช่ารถทั่วไปค่อนข้างมาก เพราะจะเน้นเรื่องของภาพลักษณ์ที่เพิ่มความน่าเชื่อถือ ในหน้าเว็บไซต์อาจระบุว่าเรามีรถแบบใดให้เลือกเช่าได้บ้าง รวมไปถึง Testimonial อ้างอิงจากลูกค้าองค์กรอื่น ๆ ที่เคยใช้บริการของเรา จะช่วยให้น่าเชื่อถือมายิ่งขึ้น
4. อย่าลืมเรื่องของ Local SEO เจอเราง่ายขึ้น และ CRM เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ
เนื่องจากธุรกิจเช่ารถค่อนข้างมีความจำเป็นที่จะต้องมีหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าที่ตัดสินใจแบบปุบปับ ค้นหาเราเจอได้ง่าย การทำ Local SEO นั้นก็มีความจำเป็นมาก เพราะผู้คนนิยมในการค้นหารถเช่าใน Google Maps ด้วยเช่นกัน เมื่อผู้คนค้นหาเราง่าย มีการใช้บริการ และมีการรีวิวในแง่บวกอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ Local SEO ในด้านรถเช่าของเราแข็งแกร่ง ค้นหาใน Google Maps ในระยะใกล้เคียงก็เจอ หรือจะตามด้วยสถานที่ก็เจอเช่นกัน อีกทั้งนำไปประยุกต์กับการทำคอนเทนต์ SEO ในเว็บไซต์ได้อีกด้วย
และอย่าลืม CRM แบบง่าย ๆ ให้ลูกค้าแอด LINE OA ไว้ได้ยิ่งดี เพราะธุรกิจรถเช่า ถ้าเป็นคนที่ต้องมาทำงานแล้วเช่ารถบ่อย ๆ หรือลูกค้าองค์กร มักจะมีการซื้อซ้ำค่อนข้างสูง (จะต่างจากการเช่ารถเพื่อท่องเที่ยว เพราะคนที่มาท่องเที่ยว นานๆ จะมาสักครั้ง) ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนลืมเรา และถ้าเรามีรถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ก็อย่าลืมใช้ CRM แบบง่าย ๆ ด้วย LINE OA บรอดแคสต์โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการอีก
สรุป Digital Marketing รถเช่า ธุรกิจนี้ควรเริ่มต้นโฆษณาเครื่องมืออะไรก่อน
จะเห็นได้ว่าการที่เราจะเลือกเครื่องมือ Digital Marketing สำหรับธุรกิจรถเช่านั้นไม่ง่าย มีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างเยอะ ถึงแม้จะทำรถเช่าเหมือนกัน แต่ถ้าประเภทรถต่างกัน กลุ่มเป้าหมายก็จะแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน ทำให้เครื่องมือ Digital Marketing ที่ควรจะเริ่มใช้ในช่วงแรกก็ต่างกันมากเลยทีเดียว ดังนั้น เราต้องถามตัวเองก่อนว่า รถเช่าที่เรามีนั้น เป็นรถปรัพเภทไหนบ้าง เพราะพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายก็จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มควรจะวางแผนให้ดีเสียก่อน เพราะให้งบประมาณในการทำโฆษณาออกมาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





