Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ เริ่มที่ 100 บาท ต่อสินค้า จากที่เมื่อก่อน เริ่มที่ 40 บาทต่อสินค้า (สำหรับโฆษณา GMV Max) ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอาจจะงงว่าเราไม่สามารถปรับงบให้ต่ำกว่า 100 บาท ต่อสินค้าได้อีกต่อไป และใครที่รันโฆษณาเดิมอยู่ก็จะยังใช้งบเดิมต่อไปได้ แต่ถ้าปรับขึ้นแล้ว ก็ไม่สามารถปรับลงให้ต่ำกว่า 100 บาท ได้อีกแล้ว
ซึ่งแน่นอนว่ามีผลกระทบต่อคนทำโฆษณาค่อนข้างมาก รวมไปถึงงบประมาณที่ได้วางไว้ด้วย ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนี้เราอาจจะต้องทำใจยอมรับด้วยในส่วนหนึ่ง แต่ว่าจะปรับตัวอย่างไรให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจของเราน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ เริ่มที่ 100 บาทต่อสินค้า กระทบใครบ้าง และควรปรับตัวอย่างไรดี
- สิ่งที่กระทบเมื่อ Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ ร้านค้าเล็กๆ ที่งบโฆษณาน้อยจะเลือกสินค้าทำโฆษณาได้น้อยลง
- วิธีปรับตัวและแก้ไขในเบื้องต้น เมื่อต้องทำโฆษณา Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ เริ่มที่ 100 บาท ต่อสินค้า
- 1. เลือกสินค้าอย่างชาญฉลาด เลือกสินค้าที่ ROAS ทำโฆษณาได้อย่างคุ้มค่า ROAS สูงเพิ่มงบได้เลย
- 2. เวียนการทำโฆษณาสินค้ารอง ไม่ต้องทำโฆษณาตลอด ปรับตามสถานการณ์
- 3. เพิ่มงบการทำโฆษณาให้สูงขึ้น เพื่อกระจายไปยังสินค้ารองอื่น ๆ และสินค้าหลักที่ทำ ROAS ดี
- 4. ให้ค่าคอมมิชชันมากขึ้นเล็กน้อย สำหรับสินค้าที่ไม่ได้ทำ Shopee Ads ให้ตรงนี้ช่วยแทนส่วนหนึ่ง
- 5. ลองโฆษณาแบบ Shop Ads โฆษณาร้านค้า เพื่อกระจายการขายไปยังสินค้าอื่น
- Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ เริ่มที่ 100 บาท ต่อสินค้า กระทบใครบ้าง

💡 Pro Tip: เซฟรูปเพื่อนำไปแชร์ต่อได้เลยครับ
สิ่งที่กระทบเมื่อ Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ ร้านค้าเล็กๆ ที่งบโฆษณาน้อยจะเลือกสินค้าทำโฆษณาได้น้อยลง
ร้านใหญ่ ๆ มีงบทำโฆษณา Shopee Ads เยอะ จะได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะส่วนมากจะใช้งบต่อสินค้าต่อวันเกิน 100 บาท อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นร้านขนาดเล็กที่มีงบประมาณโฆษณาจำกัดมาก ๆ ต่อวัน จากที่เคยทำโฆษณาได้หลายสินค้า เพราะว่างบต่อวันต่อสินค้า จะเริ่มที่ 40 บาท ก็จะทำให้โฆษณาสินค้าได้น้อยลงดังนั้น เพราะว่าเรามีงบเท่าเดิมนั่นเอง การเลือกสินค้าจะมีความสำคัญมากขึ้น สำหรับร้านค้าเล็ก ๆ ต้องเลือกสินค้าให้มั่นใจกว่าเดิม
วิธีปรับตัวและแก้ไขในเบื้องต้น เมื่อต้องทำโฆษณา Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ เริ่มที่ 100 บาท ต่อสินค้า
ทาง Digital Break Time เลยมานำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้งานได้ตามความต้องการ ที่เหมาะกับแต่ละร้านค้าได้
1. เลือกสินค้าอย่างชาญฉลาด เลือกสินค้าที่ ROAS ทำโฆษณาได้อย่างคุ้มค่า ROAS สูงเพิ่มงบได้เลย
เป็นสิ่งแรกที่แนะนำให้ทำเลย โดยให้ดูประวัติการทำโฆษณา Shopee Ads ไปย้อนหลังสัก 1-3 เดือน เพื่อดูว่าโฆษณาสินค้าไหน ทำออกมาแล้วได้คุ้มค่าที่สุด ได้ ROAS ที่สูงในระดับที่พึงพอใจมาตลอด เรียกได้ว่าสินค้านั้นเป็น Hero Product ของร้านเรา แต่อีกนิดนึงนอกเหนือจาก ROAS แล้ว แนะนำให้ดูว่าจำนวนสินค้าที่ขายได้ มีความสม่ำเสมอแค่ไหน ได้ยอดขาย GMV เป็นไปตามที่เราคาดหวังหรือเปล่า ถ้าเข้าข่ายนี้ทั้งหมด แนะนำว่าให้ทำโฆษณาสินค้านี้อย่างต่อเนื่อง และอาจพิจารณาเพิ่มงบไปด้วย เพื่อสร้างยอดขายให้มากขึ้น
2. เวียนการทำโฆษณาสินค้ารอง ไม่ต้องทำโฆษณาตลอด ปรับตามสถานการณ์
พอเราไม่สามารถสร้างโฆษณาสินค้ารองใน Shopee Ads ได้มากเหมือนก่อน เพราะติดเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้สูงขึ้นต่อ 1 สินค้า แนะนำว่าให้ลองหมุนเวียนการทำโฆษณาสินค้ารอง เช่น จากปกติเราทำโฆษณา 5 ชิ้น ชิ้นละ 40 บาท รวมเป็นเงินอยู่ที่ 200 บาท ต่อวัน แล้วยิงโฆษณา 5 สินค้าที่ตลอดทั้งเดือน ลองปรับเปลี่ยนมาเป็นทำโฆษณาแบบ โฆษณา 2 ชิ้น ชิ้นละ 100 บาท เป็นเงิน 200 บาทต่อวัน ในช่วงวันที่ 1-10 ของเดือน แล้วพอวันที่ 11-20 ของเดือน ก็เปลี่ยนเป็นสินค้าที่ 3-4 แบบนี้ และก็ต่อด้วยสินค้าที่ 5 ในช่วง 21-30 ของเดือน เท่านี้ก็เรียกว่าเรายังใช้เงินเท่าเดิมได้ แต่เป็นการเวียนสินค้า และระยะเวลาในการทำโฆษณาจะสั้นลงบ้าง แต่ก็ช่วยให้โฆษณาสินค้ารองเรายังทำงานได้อยู่
3. เพิ่มงบการทำโฆษณาให้สูงขึ้น เพื่อกระจายไปยังสินค้ารองอื่น ๆ และสินค้าหลักที่ทำ ROAS ดี
จริงๆ หัวข้อนี้ เป็นหัวข้อที่กำปั้นทุบดินสุด ๆ คือการแนะนำให้เพิ่มเงินไปเลยโดยตรง แต่แน่นอนว่าการเพิ่มเงินใช่ว่าจะทำสุ่มสี่สุ่มห้า แนะนำให้เพิ่มเงินในส่วนที่สินค้าหลักที่ทำได้ดีอยู่แล้ว ROAS สูง แต่ถ้าเป็นสินค้ารองที่เราทำโฆษณาไม่ได้เยอะมาก แนะนำให้ดูข้อมูลย้อนหลังว่าเป็นอย่างไร ROAS นิ่งหรือไม่ และเป็นไปตามที่เราคาดหวังแค่ไหน ก็ให้เพิ่มเป็นสินค้าละ 100 บาท ต่อวัน สำหรับสินค้ารองที่เราทำโฆษณาเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะอย่างน้อยถ้าเพิ่มงบแล้วยังขายได้ และมีกำไร ก็น่าจะเป้นเรื่องที่ดีกว่าปล่อยให้ขายไม่ได้ไปเลย
4. ให้ค่าคอมมิชชันมากขึ้นเล็กน้อย สำหรับสินค้าที่ไม่ได้ทำ Shopee Ads ให้ตรงนี้ช่วยแทนส่วนหนึ่ง
สำหรับใครที่ทำ Affiliate Marketing อยู่แล้ว แนะนำว่าถ้าสินค้าไหนเราไม่ได้รัน Shopee Ads อาจจะพิจารณาเพิ่มค่าคอมมิชชันกับสินค้าที่ไม่ได้ทำ Shopee Ads ให้มากขึ้นเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยก็ให้สินค้านั้นมีแรงจูงใจจากครีเอเตอร์ต่าง เพื่อหยิบสินค้าของเรานำไปกระจายต่อ เพื่อเพิ่มยอดขายกับทางฝั่ง Affiliate Marketing แทน อย่างน้อยถึงเราจะไม่ได้ทำโฆษณา Shopee Ads กับสินค้ารอง ๆ แต่ก็ยังสร้างยอดขายได้เมื่อทำ Affiliate Marketing นั่นเอง
5. ลองโฆษณาแบบ Shop Ads โฆษณาร้านค้า เพื่อกระจายการขายไปยังสินค้าอื่น
ในเมื่อถ้าเราอยากโปรโมสินค้ารอง และสินค้าอื่น ๆ ด้วย แต่งบไม่พอ ลองมาทำโฆษณา Shop Ads ดูก็ได้เช่นกัน โดยเป็นการสร้างแบนเนอร์โชว์ร้านค้าของเราขึ้นมาในส่วนของผลลัพธ์การค้นหา ทำให้คนกดคลิกเข้ามาที่ร้านมากขึ้น และสินค้าในร้านของเราก็จะถูกค้นพบมากขึ้น มีโอกาสที่จะขายสินค้าในร้านได้สูงขึ้น
วิธีนี้จะเหมาะมากกับร้านที่ขายสินค้าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นสินค้าที่มีความใกล้เคียงกัน ทำให้คนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องระวังนิดนึงว่าการทำโฆษณา Shop Ads อาจจะไม่ก่อให้เกิดการซื้อขายโดยตรง เป็นการขายสินค้าโดยทางอ้อมมากกว่า
Shopee Ads ปรับงบ ขั้นต่ำ เริ่มที่ 100 บาท ต่อสินค้า กระทบใครบ้าง
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดมากที่สุดในรอบนี้คือร้านค้าขนาดเล็ก ที่โฆษณา Shopee Ads แบบด้วยจำนวนเงินไม่มาก ทำให้การปรับนโยบาย การทำโฆษณา Shopee Ads จะเริ่มที่ 100 บาทต่อวัน ต่อสินค้านั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้งบสูงขึ้น ถ้าจะทำโฆษณาสินค้าเท่าเดิม แต่ถ้าจะใช้งบเท่าเดิมจำนวนสินค้าที่โฆษณาก็จะน้อยลง ดังนั้นร้านค้าที่ได้รับผลกระทบก็ต้องปรับตัวตาม ซึ่งสามารถทำวิธีที่ Digital Break Time แนะนำไปใช้ได้ ถ้าใครมีวิธีอื่นก็สามารถแนะนำได้เช่นกัน
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





