GMV Max รายสินค้า TikTok ดูยอดขายรายสินค้า และครีเอทีฟ จากหน้าแดชบอร์ดเดียวได้แล้ว ต้องเกริ่นก่อนว่า ก่อนหน้านี้นั้น TikTok GMV Max ในหน้าแดชบอร์ดหน้าแรกนั้น จะมีลิสต์ในส่วนของที่แสดงแคมเปญโฆษณา โดยมีข้อจำกัดในการดูโฆษณาในรูปแบบว่า สินค้าไหนขายดี ก็จำเป็นที่จะต้องกดไปที่ Campaign นั้นๆ >Analytics ถึงจะแสดงรายสินค้า ซึ่งยุ่งยากในการทำ Report ค่อนข้างมาก และดูภาพรวมยากด้วย
ส่วนของครีเอทีฟนั้น ถึงจะมีปุ่มเมนูด้านซ้ายมือก็จริง แต่เมื่อกดไป ก็จะทำได้ดูในส่วนของ Report เท่านั้น แต่จะให้ปรับเปลี่ยนแก้ไข เช่นต้องการ Boost Creatives นั้น ๆ ก็ไม่สามารถทำได้โดยตรง ก็ต้องไปที่ส่วนของ Campaign > Analytics > เลือกสินค้าในแคมเปญ นั้น ๆ > เลือกวิดีโอที่ติดตะกร้าสินค้า > Boost Creatives จะเห็นได้ว่ามีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก และเข้าถึงได้ยาก
แต่การมาถึงของการอัปเดต TikTok GMV Max แบบใหม่ คือการที่แท็บ Campaigns / Products / Creatives อยู่ในหน้าแดชบอร์ดแรก ก็เรียกว่าเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างหมดจด เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมา เช่นการเข้าถึงครีเอทีฟและแก้ไขได้ง่ายขึ้น การตรวจเช็ค Products ในภาพรวมได้ดีขึ้น เราจะมาลองกันดูว่ามีข้อดีอะไรกันบ้างหลังจากการอัปเดตครั้งนี้
GMV Max รายสินค้า TikTok ดูยอดขายรายสินค้า และครีเอทีฟได้จาก Dashboard หน้าเดียวแล้ว
- GMV Max รายสินค้า หน้า TikTok Dashboard เก่า VS ของใหม่ แตกต่างกันอย่างไร
- แท็บ Products สามารถทำอะไรได้บ้าง
- แท็บ Creatives สามารถทำอะไรได้บ้าง
- ข้อมูลรายได้ GMV และ ROI แต่ละสินค้า และ แต่ละ Creatives เอาไปใช้ต่อได้อย่างไรบ้าง
- บางร้านอาจจะยังไม่เห็น แท็บ Products และแท็บ Creatives เนื่องจากเป็นการทยอยอัปเดต
GMV Max รายสินค้า หน้า TikTok Dashboard เก่า VS ของใหม่ แตกต่างกันอย่างไร

จากในรูปจะเห็นได้ว่าในหน้าแดชบอร์ดหน้าแรกของ TikTok GMV Max แบบเก่านั้น ใต้แท็บ Campaign List นั้น จะมีเพียงคำว่า Product GMV Max กับ LIVE GMV Max เท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นรายชื่อแคมเปญที่เราสร้างเลย
แตกต่างจากหน้าแดชบอร์ดที่รับการอัปเดตแล้ว จะเป็นแบบใหม่ ตรงใต้แท็บ Campaign List ล่างของคำว่า Product GMV Max กับ LIVE GMV Max ก็จะเห็นแท็บเล็ก ๆ แยกกัน 3 แท็บชัดเจน
- แท็บ Campaigns เป็นแท็บที่แสดงรายชื่อแคมเปญที่เราสร้างไว้
- แท็บ Products เป็นแท็บที่แสดงสินค้าของเราทั้งหมดที่ทำโฆษณาไว้ (หรือเลือกเป็นรายแคมเปญได้)
- แท็บ Creatives แท็บที่โชว์ครีเอทีฟทั้งหมดที่ได้ทำโฆษณา รวมถึง Affiliate ที่ปักตะกร้าสินค้าของเราด้วย และแน่นอนก็เลือกเป็นรายแคมเปญได้เช่นกัน

แท็บ Products สามารถทำอะไรได้บ้าง
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Products แท็บ นั้นทำได้หลายอย่างด้วยกัน
- ดูภาพรวมสินค้าได้ทั้งหมด ได้ง่ายกว่าเดิม
จากที่เมื่อก่อนต้องเข้าไปในแคมเปญแล้วกดหลายชั้น เมนูลึกลับซับซ้อนมาก แต่พอมีแท็บ Products แล้ว ทำให้การดู GMV Max รายสินค้า ง่ายขึ้นมากเพราะว่า กดแค่แท็บ Products คลิกเดียวเท่านั้น ก็สามารถเห็นสินค้า Products ทั้งหมด ที่ทำโฆษณา GMV Max ได้อยู่นั่นเอง - เลือกให้โชว์ Products บางแคมเปญก็ได้ และยัง Export ไฟล์ได้ง่าย
เราจะเลือกเฉพาะบางแคมเปญ แล้วดูสินค้าในเฉพาะแคมเปญนั้น ๆ ได้เช่นกัน ทำให้การดูสินค้าที่ทำโฆษณาได้ง่ายขึ้น และสามารถทำ Report ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย เพราะสามารถ Export เป็นไฟล์ xlsx ได้
แท็บ Creatives สามารถทำอะไรได้บ้าง
ส่วนของแท็บ Creatives นั้น ก็มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นด้วย เช่น
- โชว์ภาพรวมของ Creatives ที่ใช้งาน GMV Max ทั้งหมดในคลิกเดียว
ถึงแม้ว่าจะมีปุ่ม Creatives ที่อยู่ด้านซ้ายมืออยู่แล้ว แต่ว่าแท็บใหม่ Creatives นี้ใช้งานได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องรีโหลดหน้าใหม่ อยู่ในหน้า Dashboard เดิม แล้วยังสามารถที่จะเลือกดูเฉพาะบางครีเอทีฟ ที่มาจากบางแคมเปญได้ด้วย และแน่นอนนอกเหนือจากการดูข้อมูลต่าง ๆ ได้แล้ว ก็ยังสามารถ Export ข้อมูลเพื่อไปทำ Report ได้ง่ายขึ้นด้วย - สามารถเลือก Boost ครีเอทีฟที่เราต้องการได้ เพิ่มงบเฉพาะบางสินค้าได้เลย
เพียงแค่เราเลือกแคมเปญที่เราต้องการ แล้วเลือกกดที่แท็บ Creatives แล้วเลือก Creative ที่เราอยากจะบูสต์เงินเพิ่มได้เลย จากก่อนหน้าที่ต้องเข้าไปลึกมาก ๆ (ลึกจนคนไม่รู้ว่าสามารถบูสต์เพิ่มในระดับครีเอทีฟได้) แน่นอนว่าเราจะเลือกแบบหลาย ๆ ครีเอทีฟ แล้วบูสต์เพิ่มก็ได้เหมือนกัน สามารถตั้งงบต่อวัน และระยะเวลาได้อีก เรียกว่าเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้นมาก
ข้อมูลรายได้ GMV และ ROI แต่ละสินค้า และ แต่ละ Creatives เอาไปใช้ต่อได้อย่างไรบ้าง
- นำไปเพิ่มงบให้กับสินค้า หรือ Creative ที่สามารถทำ GMV และ ROI ได้
เนื่องจากการทำโฆษณาใน TikTok แบบ GMV Max นั้น มักจะให้สร้างแคมเปญ และสามารถเลือกใส่สินค้าได้หลายแบบ หลายชนิดในแคมเปญเดียว เนื่องจาก TikTok จะมีตัวเลือกในการคัดสรรโฆษณาสินค้าที่สามารถทำ GMV และ ROI ได้มาก แต่เมื่อเราสังเกตดูแล้วพบว่า มีสินค้าไหนที่ ROI และ GMV ดูโดดเด่นมากกว่าสินค้าอื่น เราก็สามารถแยกแคมเปญสินค้าที่ขายดี เพื่อทำโฆษณาแบบเดี่ยว ๆ ได้ เพื่อให้งบประมาณไปลงกับสินค้าที่ดีที่สุดที่เราคัดเลือกมาแล้วนั่นเอง ทำให้ผลลัพธ์ดีมากขึ้น ไม่ได้ไปแชร์กับสินค้าอื่นอีกด้วย
หรือในอีกมุมหนึ่งซึ่งการบูสต์ Creatives แยกต่างหาก ซึ่งจริงๆ ก็มีมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่การที่ยกแท็บ Creative มาไว้หน้าแดชบอร์ด ทำให้การบูสต์ Creatives นั้นง่ายขึ้นมากสุด ๆ วิธีการก็ง่ายมาก แค่ดูข้อมูลว่า Creative ไหนที่ช่วยให้เกิด GMV สูง และ ROI ก็สูงตาม ควรจะพิจารณาเพิ่มงบได้เลย ทำให้เราลงโฆษณากับครีเอทีฟที่มีประสิทธิภาพได้อย่างตรงจุด - ทำ Reports ง่ายขึ้น เช่นการดู Trends สินค้าที่ขายดีแต่ละเดือนได้
บางร้านค้ามีสินค้าที่ขายอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงจะเป็นสินค้าที่มีความคล้ายกัน อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน ก็จะพบความแตกต่างในแต่ละเดือนได้อยู่ดี บางสินค้าขายดีในช่วงต้นปี บางสินค้าขายดีในช่วงปลายปี แล้วก็จะค้นพบแนวทางแบบนี้เรียกว่าเป็นทุก ๆ ปี เมื่อเรามีข้อมูลในมือแต่ละปี เราก็สามารถแยกรายสินค้าได้เลยว่าสินค้าไหนขายดีในช่วงเดือนไหน ทำให้เราเวลาทำงบประมาณรายเดือนนั้น ก็จะนำเงินไปลงกับสินค้าที่คาดว่าจะขายดีในช่วงนั้น ๆ ได้เลย เรียกว่าไม่ต้องงมหรือเดาสุ่มกันอีกต่อไป
บางร้านอาจจะยังไม่เห็น แท็บ Products และแท็บ Creatives เนื่องจากเป็นการทยอยอัปเดต
จากที่ Digital Break Time ได้ดูลูกค้าหลาย Account จะพบว่าการอัปเดตของแท็บ Products และแท็บ Creatives นี้ยังมาไม่พร้อมกันทุก Ad Accounts บางร้านค้าได้รับการอัปเดตใหม่แล้ว และบางร้านค้าก็ยังไม่ได้รับการอัปเดต คาดว่าน่าจะทยอยมีการเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้ ใครที่ยังไม่ได้รับการอัปเดตก็ไม่ต้องน้อยใจ อดใจรอไม่นาน
อัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนวิธีที่ GMV Max ทำงาน แต่ทำให้ดูข้อมูลรายสินค้าและรายครีเอทีฟ ตัดสินใจ Boost และทำรีพอร์ตได้จากหน้าเดียว สิ่งที่ยังต้องระวังคือ GMV และ ROI ที่เห็นรวมยอด Organic และ Affiliate ไว้ด้วย จึงควรดูประกอบกับข้อมูลส่วนอื่นก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบ
เรียกว่า TikTok Ads กับโฆษณา GMV Max นั้น มีอะไรใหม่อยู่เรื่อย ๆ มีการพัฒนามากขึ้น ทำให้การลงโฆษณาง่ายมากขึ้น จะเห็นได้ว่า TikTok Ads นั้นค่อนข้างลงทุนพัฒนาระบบโฆษณาอย่างจริงจังมากขึ้น ใครที่ต้องการทำโฆษณากับ Digital Break Time ให้ช่วยดูแล สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 061-324-5949 หรือ LINE OA @digitalbreaktime
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast





