Lazada Ads จัดกลุ่มสินค้า แคมเปญได้แล้ว อัปเดต Sponsored Max Products จากที่เมื่อก่อน Lazada Ads ได้ปล่อยโฆษณารูปแบบใหม่ออกมา นั่นคือ Sponsored Max ซึ่งมีทั้งแบบ Products และแบบ Store
บอกได้เลยว่าโฆษณาแบบ Sponsored Max Products เหมือนกับทางฝั่งคู่แข่งอย่าง Shopee Ads เลยทีเดียว นั่นคือการทำโฆษณาแบบรายสินค้า โดยเราสามารถลงเงินโฆษณาแต่ละสินค้าได้โดยตรง และยังสามารถปรับการ Bidding ในรูปแบบใหม่อย่าง Target ROAS ได้ด้วย ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ Lazada ได้ไล่ตามคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด
เลิกเปลืองงบรายตัวอัปเดต Sponsored Max Products จาก Lazada Ads จัดกลุ่มสินค้า แคมเปญได้แล้ว
- ปัญหาที่คนทำโฆษณา Lazada Ads – Sponsored Max Products ต้องเจอ
- 1. จัดพอร์ตโครงสร้างสินค้าได้แบบมือโปร
- 2. งบประมาณลื่นไหลมากกว่าที่เคย จ่ายน้อยแต่โฆษณาสินค้าได้มาก
- 3. คุม Target ROAS ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น
- 4. ท้าชนทั้ง Shopee Ads และ TikTok Ads
- สรุป Lazada Ads จัดกลุ่มสินค้า ทำโฆษณาได้แล้ว ฟีเจอร์นี้ช่วยอะไรบ้าง

ปัญหาที่คนทำโฆษณา Lazada Ads – Sponsored Max Products ต้องเจอ
แต่นั่นก็มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะจุดเด่นของ Lazada Ads เมื่อก่อนนั่นคือ Sponsored Discovery (ปัจจุบันนี้ก็ยังทำได้อยู่นะ) สามารถจัดกลุ่มแคมเปญได้ แต่ Lazada ก็ไม่ได้นำความสามารถตรงนี้มาด้วย ทำให้หลายคนเจอปัญหาขึ้นมาทันที นั่นคือสำหรับใครที่ทำโฆษณาด้วยสินค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความล้าในการปรับ Budget เพราะต้องมานั่งปรับรายสินค้าทีละตัว และมานั่งปรับ Target ROAS รายสินค้า ซึ่งบอกตามตรง มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก เนื่องจากระบบก็อาจจะไม่ได้ดีพอในการรองรับปรับพร้อมๆ กัน เลยทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นในการ Optimize โฆษณา
และในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นาน เป็นอีกครั้งที่ Shopee Ads ได้เพิ่มฟีเจอร์จัดกลุ่มโฆษณา Ad Group ได้ โดยเราสามารถเลือกสินค้าหลายๆ ชิ้น มาจัดกลุ่มทำโฆษณาใน Ad Group เดียวกันได้เลย ซึ่งเมื่ออดีตเคยเป็นจุดเด่นของ Lazada Ads
แต่ในวันนี้ Lazada Ads ก็ได้นำการจัดกลุ่มแคมเปญกลับมาแล้ว สำหรับ Sponsored Max Products ซึ่งทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่จำเป็นที่จะต้องมาปรับงบ หรือ Target ROAS โฆษณาสินค้ารายตัวอีกต่อไป ทาง Digital Break Time เลยจะมาบอกข้อดีที่ Lazada Ads นั้นสามารถจัดกลุ่มแคมเปญโฆษณาสินค้าได้ว่ามีอะไรบ้าง
1. จัดพอร์ตโครงสร้างสินค้าได้แบบมือโปร
จากการทำโฆษณา Sponsored Max Products แบบเดิม 1 สินค้า โฆษณาได้ 1 โฆษณา ถ้าเรามีสินค้าที่โฆษณาเยอะมาก จะพบว่ารกหน้า Dashboard ไปหมด จะดูผลก็ลำบาก หรืออย่างที่บอกไป แค่จะปรับ Budget หรือ Target ROAS ยิ่งใช้เวลานานและน่าเบื่อ ทำให้เราควบคุมเรื่องของการจัดพอร์ตโครงสร้างสินค้าไม่ได้เลย เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย
แต่ตอนนี้เราสามารถจัด Theme หรือจัดหมวดหมู่สินค้าได้ตามต้องการ ขึ้นอยู่กับไอเดียของเราเลยเช่น
- จัดกลุ่มสินค้าที่ ROAS สูงไว้อยู่แคมเปญด้วยกัน เรียงลำดับตาม ROAS
- จัดกลุ่มสินค้าที่เน้น Promotion ที่มีระยะเวลาจำกัด ตอบโจทย์การทำ Flash Sales และร่วมแคมเปญมากขึ้น
- การจัดกลุ่มสินค้าที่ขายดีมาก ขายดีระดับกลาง หรือขายได้น้อยตามลำดับ
ทั้งหมดนี้เรียกว่าเป็นไอเดียเบื้องต้นเท่านั้น และยังทำให้เราลง Budget ในแต่ละกลุ่มสินค้า รวมถึงการปรับ Target ROAS สินค้าได้ตามกลุ่มอีกด้วย
2. งบประมาณลื่นไหลมากกว่าที่เคย จ่ายน้อยแต่โฆษณาสินค้าได้มาก
เรียกได้ว่าเป็นการนำจุดเด่นกลับคืนมาของ Lazada Ads เลยทีเดียว ง่ายๆ คือแทนที่เราจะจ่ายเงินมากขึ้นกับสินค้าทุกชิ้นแต่เมื่อเรารวมมาเป็นแคมเปญเดียวก็สามารถใช้เงินได้น้อยลงกว่าที่เคย และมีความลื่นไหลในด้านงบประมาณสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น
- ทำให้จากที่เมื่อก่อนทำโฆษณา 5 สินค้า ด้วยงบขั้นต่ำที่ 100 บาท / วัน / สินค้า ก็จะรวมเป็นการใช้งบรวมอยู่ที่ 500 บาท ต่อวัน และกระจายเงินไปอย่างเท่าๆ กันทุกสินค้า
- แต่ในปัจจุบันนี้เราสามารถรวมสินค้า 5 สินค้า เป็นแคมเปญเดียว และใช้เงินต่อวันเริ่มต้นที่ 100 บาท/วัน/แคมเปญได้เลย
ด้วยระบบของ Lazada Ads เมื่อทำโฆษณาแบบแคมเปญมัดรวมสินค้า แน่นอนว่า AI ก็จะพยายามนำส่งสินค้าที่ตอบโจทย์กับการ Bidding มากที่สุด เช่นถ้าเราตั้ง Bidding เป็นแบบ Target ROAS ระบบก็จะนำส่งสินค้าที่ขายดีและได้ ROAS ตามที่เราต้องการ ดังนั้นเราไม่ต้องมานั่งมอนิเตอร์สินค้าแต่ละชิ้นอีกต่อไป
3. คุม Target ROAS ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น
การที่เราควบคุม Target ROAS ระดับแคมเปญ ก็ต้องบอกเลยว่ามันง่ายและสะดวกมาก ๆ มากกว่าที่เราจะนั่งจิ้ม ROAS แบบรายสินค้า แถมยังใช้เวลาน้อยกว่า เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีก และอีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ทำให้เราจัดกลุ่มสินค้าตาม Margin หรือตามค่าเฉลี่ย ROAS ได้เลย เพื่อให้เราคุม Target ROAS ให้ได้สูงขึ้นไปอีก เช่น
- กลุ่มสินค้า A โดยเฉลี่ยแล้ว ROAS ที่ได้อยู่ที่ 5 แต่เราต้องการ ROAS สูงขึ้น ก็ปรับ Target ROAS ที่ 6-7 ได้
- กลุ่มสินค้า B มีกำไร Margin ค่อนข้างสูง เราสามารถทำโฆษณาโดยตั้ง Target ROAS ที่ต่ำได้
จะเห็นว่าพอจัดกลุ่มแคมเปญสินค้าได้ ทำให้เรามีลูกเล่นในการคุม Target ROAS ได้อีกเยอะ
4. ท้าชนทั้ง Shopee Ads และ TikTok Ads
การที่ Lazada Ads ขยับตัวอัปเดตฟีเจอร์ในครั้งนี้ ก็จะเห็นได้ว่าเป็นการพร้อมชนทั้ง Shopee Ads และ TikTok Ads เลยเพราะทั้ง 3 แพลตฟอร์มนั้นเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย ที่มียอดใช้งานสูง ดังนั้น Lazada เลยต้องขยับตัวเพื่อให้การยิงแอดนั้นง่ายขึ้นเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นนั่นเอง มาดูว่าแต่ละแพลตฟอร์มสามารถจัดกลุ่มยิงแอดได้ดีแค่ไหน
- Shopee Ads ส่วนที่เป็นการยิงแอดสินค้า Products นั้น เราสามารถกับกลุ่มเพื่อทำโฆษณาได้แล้ว เมื่อสักช่วงกลางปี 2025 ที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นการทำลายกำแพงที่ Shopee Ads ใช้ระบบการยิงแต่ละสินค้ามานาน ซึ่งเราสามารถเลือกได้เลยทั้งการจัดกลุ่มโฆษณา Ad Group และยิงแอดแบบรายสินค้า ทำได้หมด
- TikTok Ads ส่วนที่เป็น GMV Max นั้น ในตั้งแต่แรกเราสามารถจัดแคมเปญได้เลย จัดกลุ่มสินค้าได้ตั้งแต่แรก (ถึงแม้จะทำแคมเปญเดียวยิงสินค้าเดียวก็ทำได้ แต่ไม่ค่อยแนะนำเท่าไรนัก) ที่แตกต่างกว่านั้นคือการรวมเอา Affiliate Marketing เข้ามาด้วย
เลยเป็นเหตุผลที่ว่า Lazada Ads นั้นเลยต้องเอาการจัดแคมเปญกลุ่มสินค้ากลับมานั่นเอง
สรุป Lazada Ads จัดกลุ่มสินค้า ทำโฆษณาได้แล้ว ฟีเจอร์นี้ช่วยอะไรบ้าง
เพียงแค่การจัดกลุ่มโฆษณาหลายสินค้าได้ ก็เรียกว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมของ Lazada Ads เลยทีเดียว ที่จะให้ทัดเทียมกับระบบโฆษณาบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ และทำให้เราสามารถไปปรับใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งการแบ่งการจัดกลุ่มสินค้า การตั้งค่า Bidding Target ROAS ได้ด้วย
จริงๆ แล้วฟีเจอร์นี้ก็จะช่วยให้ AI ระบบของ Lazada Ads พ้นออกจากระยะ Learning Phrase ไวขึ้นด้วย ถ้าเรามีสินค้าและงบประมาณมากพอ ที่จะได้ขายสินค้าได้ เพราะตัวเลขยิ่งเข้ามาเร็วเท่าไร มีสินค้าหลากหลายในแคมเปญเท่าไร ก็หมายความว่า AI จะเรียนรู้ได้เร็ว และระบบจะรู้ว่าสินค้าไหนขายดีนั่นเอง
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





