Shopee Ads เติมเครดิตโฆษณา แบบโปรโมชั่น ที่มีเวลาหมดอายุดีไหม? เรียกได้ว่าใครที่ใช้งาน Shopee Ads เป็นประจำอยู่แล้วนั้นจะต้องเติมเครดิตโฆษณา Shopee Ads แต่ว่าเครดิตโฆษณาของ Shopee Ads ก็มีหลายแบบซึ่งต้องแยกออกจากกันก่อนว่าการเติมเครดิตโฆษณา Shopee Ads ในปัจจุบันจะนับเป็น 3 แบบด้วยกัน (ไม่ได้รวมเครดิตโฆษณาแบบ CPAS)
- การเติมเครดิตโฆษณาแบบปกติ เติมเท่าไร ใช้ได้เท่านั้น (ยังไม่รวม VAT) แบบนี้เครดิตโฆษณาจะไม่มีหมดอายุ
- การเติมเครดิตโฆษณาแบบโปรโมชั่น ได้เครดิตเพิ่ม เช่นเติม 40,000 บาท แต่ได้เครดิตโฆษณา 50,000 บาท (ยังไม่รวม VAT) แต่ว่ามีกำหนดวันเวลา ว่าจะใช้ได้ถึงเท่าไร ส่วนมากจะเจอแบบ 7 วัน และ 30 วัน ถึงเวลาที่กำหนด เครดิตโฆษณาจะถือว่าหมดอายุ หายไปทั้งหมด
- การเติมเครดิตอัตโนมัติ แบบ Escrow แบบนี้คือการใช้รายได้จากยอดขายสุทธิของคุณตามสัดส่วนที่กำหนดเป็นเครดิตโฆษณาโดยอัตโนมัติ
ที่เราจะพูดกันในหัวข้อนี้นั่นคือ แบบที่สอง คือการเติมโฆษณาแบบโปรโมชั่นได้เครดิตเพิ่ม ตามสัดส่วน โดยพบเจอว่ามีส่วนลดให้ตั้งแต่ 10-25% กันเลยทีเดียว แต่ว่ามีกำหนดเวลา ซึ่งถ้าใช้ไม่หมด เครดิตโฆษณาถือว่าหมดอายุแต่หายไปทั้งหมด
ซึ่งทำให้เราต้องประเมินเรื่องของความคุ้มค่าและระยะเวลา เนื่องจากเครดิตมีหมดอายุ ดังนั้นจึงมีกฎเหล็กว่า จงเติมเครดิตโฆษณา Shopee แบบมีโปรโมชั่น เมื่อมันอยู่ในแผนอยู่แล้ว เพราะเราก็เหมือนจะได้ส่วนลดโฆษณา และได้ความคุ้มค่า แต่จะไม่คุ้มและฝืน เมื่อเราต้องเติมเงินมากเกินกว่าที่ใช้ และอาจทำให้เกิดการ Over Spending ได้ด้วย ดังนั้นทาง Digital Break Time จึงได้รวบรวมข้อมูลว่า ถ้าเราคิดจะเติมเครดิตโฆษณา Shopee Ads แบบโปรโมชั่นที่ต้องหมดอายุ จะใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่า
Shopee Ads เติมเครดิตโฆษณา แบบหมดอายุได้ ต้องระวังอะไรบ้าง และควรวางแผนใช้งานอย่างไร
- 1. วางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม จำเป็นที่จะต้องใช้ให้หมดตามวันเวลาก่อนหมดอายุ
- 2. กระจายงบโฆษณาไปยัง Placement หรือรูปแบบโฆษณาที่ให้ ROAS สูง
- 3. เช็คความพร้อมของหลังบ้าน ระบบสต๊อก และแอดมิน เพราะทำโฆษณามากขึ้น อาจทำให้เกิดปัญหาได้
- 4. ระวังช่วงเวลาหลุมพรางเมื่อใกล้วันหมดเครดิตโฆษณา
- 5. ควบคุมเครดิตโฆษณาอย่างใกล้ชิด ดูเป็นรายวันเลยก็ย่อมได้
- สรุป Shopee Ads เติมเครดิตโฆษณา แบบหมดอายุได้ ดีไหม

1.วางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม จำเป็นที่จะต้องใช้ให้หมดตามวันเวลาก่อนหมดอายุ
การวางแผนการใช้เงินที่เติมเครดิตมานับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ดังนั้นสมการการวางแผนที่ง่ายที่สุดคือ นำจำนวนเครดิตที่ได้รับมา / จำนวนวันที่ก่อนถึงหมดอายุ เพื่อให้เป็นพื้นฐานค่าเฉลี่ยต่อวันที่ต้องใช้เงิน แต่แน่นอนว่าการใช้เงินแบบเฉลี่ยเท่า ๆ กันในแต่ละวันนั้นก็ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไรนัก แต่จะต้องใช้ตามจังหวะของแคมเปญด้วย ถ้าหากว่าเราเข้าร่วมแคมเปญไม่ว่าจะเป็น Double Day, Mid Month และ Pay Day ก็ต้องให้งบในวันเหล่านี้มากขึ้นด้วย แล้วค่อยเฉลี่ยวันอื่นให้ลดลง จะง่ายขึ้นถ้าทำตางรางงบเป็นแบบต่อวัน Daily ใน Excel หรือ Google Sheets เพื่อให้การใช้งบเป็นไปตามแผน
2. กระจายงบโฆษณาไปยัง Placement หรือรูปแบบโฆษณาที่ให้ ROAS สูง
พอเราเติมเครดิตแบบโปรโมชันที่มีช่วงเวลาจำกัด ทำให้การย้ายงบไปยังร้านค้า หรือแพลตฟอร์มอื่นไม่สามารถทำได้ แต่เรายังกระจายเงินไปยังรูปแบบโฆษณาที่ให้ ROAS สูงได้ใน Shopee Ads ไม่ว่าจะเป็น
- การทำโฆษณา GMV Max แบบสินค้าเดี่ยว และสินค้ากลุ่ม (GMV Max Product Ads, Ad Group Ads)
- การทำโฆษณา GMV Max แบบทั้งร้านค้า (GMV Max Store Ads)
- โฆษณา GMV Max สินค้าใหม่ (Promote My New Products)
- โฆษณาร้านค้าพลัส (Shop Ads)
- โฆษณา Live (GMV Max LIVE)
ทั้งหมดนี้เรียกว่าเป็นการทำโฆษณาหลายรูปแบบ แต่ใช้เครดิตโฆษณาที่เดียวกัน ดังนั้นควรวางแผนให้ดีว่างบจะไปอยู่กับโฆษณาแบบไหน ถ้าจะให้ดีก็อาจต้องวางงบในแต่ละประเภทโฆษณาเพิ่มเติม โดยอ้างอิงจาก ROAS หรือตามกลยุทธ์ที่แบรนด์เราทำอยู่ก็ได้ เช่นถ้าแบรนด์ของเราไลฟ์บ่อยมาก การทำโฆษณา LIVE ก็น่าจะตอบโจทย์กว่า แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการทำโฆษณาด้วย อาจะไม่ต้องขึ้นอยู่กับ ROAS ทั้งหมด
3. เช็คความพร้อมของหลังบ้าน ระบบสต๊อก และแอดมิน เพราะทำโฆษณามากขึ้น อาจทำให้เกิดปัญหาได้
การที่เราซื้อเครดิตโฆษณาแบบโปรโมชั่นนั้น มักจะได้เครดิตเพิ่มมากกว่าปกติ นั่นหมายความว่าอาจจะทำให้ออเดอร์มากขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่ตามมานั่นคือระบบสต๊อกสินค้า ควรตรวจสอบว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าสินค้าหมดระหว่างที่ทำโฆษณาเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการตอบของแอดมิน อาจต้องจัดความพร้อมให้มากขึ้น รวมไปถึงการส่งของให้ตรงตามเวลา ถ้ามีออเดอร์มากขึ้น ดังนั้นตรงนี้ก็พยายามอย่าให้บกพร่อง เพราะในความเป็นจริงแล้วการทำโฆษณานั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ด้วย และการเพิ่มงบก็ส่งผลต่อยังฝ่าย Operation หลังบ้านด้วยเช่นกัน
4. ระวังช่วงเวลาหลุมพรางเมื่อใกล้วันหมดเครดิตโฆษณา
เมื่อยิ่งใกล้เวลาที่เครดิตโฆษณาจะหมดอายุนั้น ก็ทำให้คนที่ทำโฆษณาอาจร้อนใจว่าเราจะใช้เงินไม่หมด ทำให้เร่งใช้เงินในช่วงท้าย ๆ ซึ่งการเร่งใช้เงินนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา ไม่ว่าจะเป็น ROAS ตกลง ยิ่งถ้าเพิ่มในวันที่ไม่ใช่วันแคมเปญ หรือการเพิ่มงบแบบไม่ได้ตัดสินใจจากเหตุผลเป็นหลัก ทำให้เงินไปลงกับรูปแบบโฆษณาที่ขาดประสิทธิภาพ ทั้งนี้แทนที่จะได้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น ได้ความคุ้มค่ามากขึ้นเพราะได้โบนัสเครดิต กลับกลายเป็นว่าอาจทำให้สูญเปล่าก็เป็นไปได้
แต่แน่นอน เมื่อเกิดเหตุที่คิดว่าจะใช้เครดิตไม่หมด ก็ต้องเร่งใช้เงินให้หมดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ดีกว่าปล่อยให้สูญเปล่า แต่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ก็จะวนกลับไปที่ข้อแรก นั่นคือการวางแผนการใช้เงินอย่างเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด และทำตามแผน เพื่อที่จะไม่เกิดเหตุการณ์เร่งใช้เงินนั่นเอง
5. ควบคุมเครดิตโฆษณาอย่างใกล้ชิด ดูเป็นรายวันเลยก็ย่อมได้
ข้อสุดท้ายคือการควบคุมเครดิตที่ใช้ไปแต่ละวันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะว่าจะได้รู้ว่าเครดิตที่ใช้ไปเป็นไปตามแผนหรือไม่ เพราะในบางครั้งที่เรามอนิเตอร์ส่วนของโฆษณา ซึ่งอาจจะมีโฆษณาบางรายการที่เราตั้งค่า Custom ROAS สูงเกินไป ทำให้การใช้เงินไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือใช้เงินไม่หมดนั่นเอง ซึ่งถ้าแค่รายการเดียวก็คงไม่ได้มีผลกระทบเท่าไร แต่ถ้าเป็นหลาย ๆ รายการ ก็จะทำให้เครดิตคงเหลือต่อวันมากขึ้น ดังนั้นการที่คอยดูแบบวันต่อวันในเรื่องของการใช้เครดิตโฆษณา Shopee Ads นั้นว่าใช้เครดิตต่อวันไปเท่าไร จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบข้อที่ 4 ที่ต้องมาลนลานเร่งใช้งบในช่วงสุดท้าย แล้วจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพได้
สรุป Shopee Ads เติมเครดิตโฆษณา แบบหมดอายุได้ ดีไหม
สรุปเลยว่าดี ถ้าเป็นงบประมาณในช่วงที่เราต้องใช้อยู่แล้ว เพราะเราจะได้รับส่วนลดถึง 10-25% ได้เครดิตมากขึ้น โฆษณาได้มากขึ้น ถ้ายิ่ง ROAS สูงด้วยเรียกว่ามีแต่ความคุ้มค่า แต่จะไม่คุ้มเลยเมื่อเราต้องใช้งบประมาณเยอะกว่าปกติที่เราตั้งใจไว้ ทำให้เกิด Over Spending มากขึ้น แต่เมื่อเติมเครดิตโฆษณาแบบโปรโมชันที่มีวันหมดอายุแล้ว ก็ต้องทำตามแผนเพื่อให้งบโฆษณาออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast





