GMV Max ร้านค้า ใน Shopee Ads เรียกว่ามีอัปเดตใหม่ ได้รับการต่อยอดจากการทำโฆษณาแบบสินค้าทั้งร้านแบบเดิม ซึ่งการอัปเดตใหม่ในครั้งนี้นั้น มีการต่อยอดเพิ่มเติมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกสินค้าที่เก่งขึ้น เน้นสินค้าขายดี ยอดนิยม สินค้าใหม่ วิธีการสร้างแคมเปญก็ง่ายขึ้นมากด้วย ทำให้คนที่เพิ่งเริ่มสร้าง Shopee Ads ก็ใช้งานง่ายเช่นกัน และบอกล่วงหน้าไว้เลยว่า ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง แน่นอนว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากเช่นกัน มาดูกันเลยว่า จุดเด่นของแคมเปญ GMV Max ร้านค้า ใน Shopee Ads มีอะไรบ้าง
เจาะลึก GMV Max ร้านค้า Shopee Ads อัปเดตใหม่! ดีจริงไหม เหมาะกับใคร จากประสบการณ์จริง
- 1.เลือกสินค้าทั้งร้านให้อัตโนมัติ แบบ Auto โดยเน้นที่ สินค้าขายดี ยอดนิยม และสินค้าใหม่
- 2. ควบคุมผลตอบแทนจากโฆษณาด้วยการเลือก ROAS ที่กำหนดเองได้ หรือให้ระบบเลือกให้ก็ได้
- 3. ความยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งชนิดสินค้าที่ต้องการทำโฆษณาได้ ถึงแม้แคมเปญจะรันไปแล้วก็ตาม
- 4. ข้อจำกัดของ GMV Max ร้านค้าที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง
- 5. โฆษณา GMV Max แบบร้านค้า เหมาะกับใครบ้าง
- สรุป เจาะลึก GMV Max ร้านค้า Shopee Ads ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง ดีแค่ไหน

1.เลือกสินค้าทั้งร้านให้อัตโนมัติ แบบ Auto โดยเน้นที่ สินค้าขายดี ยอดนิยม และสินค้าใหม่
เรียกว่าตอบโจทย์มากที่สุด สำหรับใครที่เบื่อแล้วกับการต้องมานั่งคัดเลือกสินค้าเอง ก็ให้ GMV Max แบบร้านค้าช่วยสะดวกกว่า เพราะจะสามารถโฆษณาสินค้าทั้งร้านได้เลยแบบ Auto โดยที่เราไม่ต้องมาเลือกเองให้เมื่อยมือ (แต่ก็สามารถเลือกสินค้าเข้าออกได้ภายหลัง จะกล่าวในหัวข้อต่อๆไป) หรือสำหรับใครที่เปิดใช้งานโฆษณา GMV Max แบบเลือกสินค้าด้วยตัวเองบางส่วนไปแล้ว แต่อยากลองให้โอกาสสินค้าอื่นในร้านบ้าง ก็เปิด GMV Max แบบร้านค้าเสริมไปด้วยในตัวเช่นกัน
หรือจะคิดกลับกันก็ได้ ถ้าร้านใหม่ ยังไม่รู้ว่าสินค้าไหนขายดีที่สุด ขายได้มากที่สุด ก็ลองใช้โฆษณา GMV Max ร้านค้าไปสักระยะก่อน เมื่อมีผลลัพธ์โชว์เข้ามา เราก็สามารถเลือกสินค้าที่ขายดี GMV เยอะ ROAS สูง แยกมาทำโฆษณาเดี่ยว ๆ ทีหลังได้เหมือนกัน
โดยอัลกอริทึม เน้นในเรื่องของการผลักดัน สินค้าใหม่ สินค้าที่ขายดี และสินค้ายอดนิยม เป็นหลัก เนื่องจากสินค้าเหล่านี้นั้น มักจะสามารถสร้างยอดขายได้ดี ได้ GMV และได้ ROAS สูง ขายง่าย เลยกลายเป็นว่าจะโฟกัสสินค้าเหล่านี้เป็นพิเศษ ซึ่งก็ต้องบอกไว้ก่อนว่า ในหลายครั้ง ถึงแม้จะบอกว่าเป็นการโฆษณาสินค้าทั้งร้าน แต่มักจะให้โอกาสสินค้า 3 กลุ่มนี้ก่อนเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าถ้างบเราไม่ถึง อาจจะโฆษณาสินค้าในร้านได้อย่างจำกัด
2. ควบคุมผลตอบแทนจากโฆษณาด้วยการเลือก ROAS ที่กำหนดเองได้ หรือให้ระบบเลือกให้ก็ได้
เรียกได้ว่ายังคงเป็นจุดเด่นของการโฆษณา GMV Max ใน Shopee เพราะเราสามารถเลือก Custom ROAS ที่เราต้องการได้ โดยกำหนดตัวเลขที่ต้องการได้เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า การที่เราใส่ ROAS ที่ต้องการไว้สูง นั่นหมายความว่า การ Bidding นั้น CPC จะต่ำ เพื่อหาคนที่ใช่มากที่สุด และหาคนที่จะซื้อสินค้าเราได้ และมักจะโดนผลักดันด้วยสินค้าที่ GMV สูง เพราะจะได้ ROAS สูงคุ้มค่ากับการทำโฆษณา ตามที่เรากำหนดไว้ เลยอาจทำให้ใช้เงินต่อวันไม่หมด หรือสินค้าทั้งร้านจะได้รับโฆษณาจำนวนน้อยลงด้วย
แต่ถ้าเราใส่ค่า ROAS ต่ำ ก็จะกลับกันกับสถานการณ์ด้านบน ก็จะกลายเป็นว่า การ Bidding แข่งขันง่ายขึ้น CPC สูงขึ้น ทำให้สินค้าหลายชิ้นมีโอกาสที่จะขายได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าราคาจะไม่มากนัก เพื่อให้ได้ตาม ROAS ที่เรากำหนดไว้ต่ำนั่นเอง ซึ่งข้อดีของการกำหนด ROAS ต่ำ ก็ช่วยทำให้สินค้ามูลค่าน้อย ก็ได้รับการมองเห็นและขายได้มากขึ้น สินค้าในร้านโฆษณาได้อย่างทั่วถึง (ถ้างบประมาณต่อวันเพียงพอ) แต่ว่าก็มีข้อเสียเหมือนกัน นั่นคือจะใช้เงินต่อวันหมดเร็วขึ้นด้วยนั่นเอง
หรือถ้าไม่อยากกำหนดค่า ROAS เอง เราก็สามารถให้ระบบช่วยกำหนด ROAS ได้แบบอัตโนมัติ GMV Max Auto Bidding โดยจะมีค่าเฉลี่ยว่า ROAS ที่จะได้จะอยู่ที่ประมาณไหนด้วย เหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเซ็ตค่า ROAS ที่เท่าไร ให้ระบบช่วยหาค่าเฉลี่ยให้ก่อนก็ได้
3. ความยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งชนิดสินค้าที่ต้องการทำโฆษณาได้ ถึงแม้แคมเปญจะรันไปแล้วก็ตาม
ถึงแม้ว่าตอนสร้างจะไม่มีให้เลือกสินค้า ต้องเลือกทั้งหมดก็จริง แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เราสามารถปรับแต่งโดยเลือกสินค้าบอกอย่างออกได้ ซึ่งวิธีการก็ง่ายมากๆ
- เข้าไปที่แคมเปญ GMV Max ร้านค้า ที่สร้างไว้
- เลือกสินค้าที่ต้องการ โดยสามารถ Sort ตามความต้องการได้ เช่น ใช้เงินเยอะสุด หรือ ROAS น้อย หรือเลือกทีละชิ้นก็ได้
- เมื่อเลือกสินค้าแล้ว ก็ให้กดคำสั่ง “ลบ” ที่อยู่ด้านซ้ายมือ
- ส่วนวิธีเลือกสินค้าเข้า ก็ให้เลือกที่เมนู “เพิ่มสินค้า” ที่อยู่ด้านขวามือได้เช่นกัน
การที่เราเพิ่มหรือลบสินค้าได้อย่างอิสระ ก็มีข้อดีคือ เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเท่าที่ควร เราก็สามารถ Sort ค้นหาสินค้าที่ใช้เงินเยอะ ROAS ต่ำ GMV น้อย และเอาออกได้ทันที เพื่อให้เงินนำไปลงกับสินค้าอื่นได้มากขึ้นนั่นเอง

4. ข้อจำกัดของ GMV Max ร้านค้าที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง
ข้อจำกัดแรกนั่นคือการที่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณขั้นต่ำอยู่ที่ 200 บาท ต่อวัน สำหรับร้านค้าใหญ่ที่ใช้เงินเยอะๆ ต่อวันอาจจะไม่มีปัญหาในด้านนี้ แต่กับที่เป็นร้านเล็ก ๆ แล้วต้องเปิดแคมเปญ GMV Max ร้านค้านี้ ก็หมายความว่าขั้นต่ำเดือนนึงต้องใช้เงินกว่า 6,000 บาท เลยทีเดียวสำหรับร้านค้าขนาดเล็ก นั่นยังไม่รวมไปถึงการสร้ามแคมเปญ GMV Max รายสินค้าอีก ก็อาจทำให้จะเปิดใช้แคมเปญนี้ก็ต้องมีงบประมาณที่เพียงพอนั่นเอง
ต่อมาคือการที่โฆษณา GMV Max ร้านค้า จะไม่ทำโฆษณาสินค้าที่ทำโฆษณา GMV Max แบบรายสินค้าไว้แล้ว เช่น ถ้าเราลงโฆษณา สินค้า A แบบ GMV Max แบบรายสินค้านี้ไว้แล้ว แล้วพอสร้าง GMV Max ร้านค้า ก็จะไม่นำสินค้า A มาโปรโมทให้ ก็เหมือนกับว่าเราไม่สามารถโปรโมตซ้ำซ้อนกับสินค้าเดิมได้นั่นเอง เน้นสินค้าที่ไม่ได้โปรโมทในร้านเรา
5. โฆษณา GMV Max แบบร้านค้า เหมาะกับใครบ้าง
เหมาะกับคนที่ทำโฆษณา 2 แบบ ด้วยกัน แบบแรกคือคนที่งบต่อวันไม่มาก แต่ต้องการทำโฆษณาสินค้าในร้านแบบให้ครบ โดยที่ให้ระบบเลือกให้ เพราะยิ่งทำโฆษณา GMV Max รายสินค้าแยกเยอะมาก ๆ จะใช้เงินเยอะมากต่อเดือน แต่ถ้ามาใช้ GMV Max แบบร้านค้า จะเหลือเพียงขั้นต่ำวันละ 200 บาท หรือทั้งเดือนก็ 6,000 บาท เท่านั้นเอง
แบบที่ 2 คือเหมาะกับคนที่อยากทำโฆษณาเสริม กับสินค้าในร้าน ชิ้นเล็ก ๆ หรือชิ้นรอง ยิ่งร้านค้าที่มีสินค้าจำนวนมาก จะโฆษณาแบบ GMV Max รายสินค้าทั้งหมด เรียกว่าเป็นไปได้ยากมาก แต่ GMV Max ร้านค้าเป็นแคมเปญที่เรียกว่า เก็บตกสินค้าชิ้นรอง ๆ ที่เราอาจจะเมินสินค้านั้นไป ทำให้มีโอกาสขายได้บ้างนั่นเอง
สรุป เจาะลึก GMV Max ร้านค้า Shopee Ads ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง ดีแค่ไหน
จากที่ใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราใช้งานแบบ GMV Max ร้านค้า แบบกำหนด ROAS เอง (Custom ROAS) ซึ่งเวลาทำจริง ก็ได้ ROAS ที่มากกว่าที่เรากำหนดเสียอีก ได้มากกว่าราว 20-30% (ซึ่งขึ้นอยู่กับร้านค้าด้วย) ใช้งานพร้อม ๆ กัน 3 ร้านค้า ดีกว่า ROAS ที่เรากำหนดเองทั้งหมด ส่วนสินค้าที่ขายได้ ก็มากจะเป็นสินค้าที่ราคาสูงสักหน่อย เนื่องจากเราตั้ง ROAS สูงไว้ก่อน ระบบเลยคัดเลือกสินค้าราคาสูง แต่เป็นสินค้ารอง ๆ ที่เราไม่ได้ทำ GMV Max แบบรายสินค้าไว้ ทำให้สินค้าเหล่านั้นมีโอกาสขายออกและหมุนเวียนไปบ้าง
แต่เมื่อเข้าไปดูลึก ๆ ในแคมเปญ ก็ยังพบว่าก็มีสินค้าที่ราคาต่ำ ที่ทำ ROAS ได้ไม่ถึงตามที่เรากำหนดไว้ แต่จำนวนที่ขายได้ไม่สูง และใช้เงินไปไม่มากนัก เราเลยยังคงปล่อยไว้ก่อน เพราะเข้าใจเรื่องของตัวเลขดี สินค้าที่ราคาน้อย ๆ มักจะได้ ROAS ต่ำกว่าสินค้าที่มีราคาสูงอยู่ประมาณหนึ่งอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะเปิดรันแคมเปญนี้ต่อไป อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องคอยสังเกตอยู่เรื่อย ๆ เหมือนเดิม
ติดตามเรื่องราว Digital Marketing จาก Digital Break Time ได้ที่
Facebook, X, Line Official Account, Instagram, Spotify, YouTube, Apple Podcast
ธนาคาร เลิศสุดวิชัย x Digital Break Time





