CAPS Ads คืออะไร

CPAS Ads คืออะไร Collaborative Ads ขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องรู้

CPAS Ads คืออะไร CPAS Ads หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ ซึ่ง CPAS Ads ชื่อเต็มคือ Collaborative Performance Advertising Solution หรือถ้าจะให้แปลเป็นไทยคือ การทำโฆษณาในรูปแบบ Collaborative ของทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยผ่านทางช่องทางของ Facebook ลักษณะจะเป็นแบบใช้ Dynamic Ads คือตัวสินค้าจะเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้ที่เห็นโฆษณา และสามารถวัดผลได้ลึกถึงในระดับ Conversion และ ROAS (Return on ad spend) CPAS Ads คืออะไร ทำงานอย่างไร? ลักษณะของการทำงานของ CPAS Ads คือการให้แพลตฟอร์ม E-commerce แชร์แคตตาล็อกที่เป็นหนึ่งใน Data Source ของ Facebook ซึ่งแคตตาล็อกนั้นคือรายการสินค้าที่เราเปิดเป็น Seller ของทางฝั่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซนั่นเอง แล้วทางแบรนด์เองสามารถนำแคตตาล็อกที่ทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมาโฆษณาผ่านช่องทางในเครือของ Facebook นั่นเอง ซึ่งเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปจัดการเรื่อง Facebook Pixel…

Influencer สายท่องเที่ยว

Influencer สายท่องเที่ยวอ่วม ต้องปรับตัวเมื่อเกิด COVID-19 ยังเหลือที่ว่างให้กับ Travel Influencer อีกไหม

Influencer สายท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 เนื่องจากสถานการณ์นี้ทำให้หลายประเทศล็อกดาวน์ ปิดประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสายการบิน โรงแรม ต่างได้รับผลกระทบหนักมาก ไม่เพียงแค่นั้น ก็ยังมีผลกระทบกับ Influencer สายท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งวิทีทางเอาตัวรอดสำหรับ Influencer สายท่องเที่ยวนั้นจะทำอย่างไรได้บ้าง Influencer สายท่องเที่ยว จับทาง Content แบบใหม่มากขึ้น ลดเรื่องราวทางด้านท่องเที่ยวลง  ถ้าท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนแนวคอนเทนต์ชั่วคราว อาจจับคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน แน่นอนว่าคุณอาจจะทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวได้ดีอยู่แล้ว แต่ในช่วงเวลานี้ก็ได้ลองทำคอนเทนต์อะไรใหม่ ๆ ได้ใช้แนวทางความคิดสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยก็จะทำให้ตัว Influencer ได้รู้ว่า เราเองก็มีดี และสามารถทำคอนเทนต์ทางด้านอื่น ๆ ได้นอกเหนือจากการท่องเที่ยวนั่นเอง ถึงแม้จะลดคอนเทนต์ทางด้านท่องเที่ยวลง แน่นอนว่าการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างประเทศจะซบเซาลง เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 แต่การท่องเที่ยวภายในประเทศก็ยังสามารถทำได้ โดยเฉพาะการปลดล็อกในเฟสต่าง ๆ ก็จะช่วยผ่อนปรนกฎต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ลองหาสถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่เป็นเมืองรอง หรือสถานที่ไม่ซ้ำ อย่างน้อยก็ออกมาเป็นคอนเทนต์ให้คนติดตามได้ และยังเป็นผลพลอยได้ที่จะช่วยให้คนมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น…

ทำ Real Time Marketing

ทำ Real Time Marketing ด้วยเครื่องมือติดตามเทรนด์ (ฟรี)

ทำ Real Time Marketing อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคอนเทนต์ที่ทำตามกระแส โดยทำให้คอนเทนต์ที่เราต้องการมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนั้น ทำให้คอนเทนต์ของเราโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งก็จะช่วยทำให้เกิดการพูดถึงมากมาย สิ่งที่ยากนั่นคือการทำคอนเทนต์อย่างไรให้เกี่ยวข้องกับกระแสในตอนนั้น และยังต้องคงภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ไปด้วยในเวลาพร้อมกัน ส่วนสิ่งที่ยากรองลงมา แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าตอนนั้นกระแสในโลก Social Network กำลังพูดถึงอะไรอยู่ คอนเทนต์ที่เป็นกระแสมีมากมายในระยะเวลาเดียวกัน แล้วบาง Social Network คอนเทนต์ที่เป็นกระแสก็แตกต่างกันออกไปอีก ทำให้การทำ Real Time Marketing ดูเป็นเรื่องที่เหนื่อยพอสมควรทีเดียว แต่ในวันนี้เราจะไม่ได้มาบอกวิธีการทำ Real Time Marketing แต่อย่างใด แต่เราจะนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยให้การทำคอนเทนต์ Real Time ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น นั่นคือเครื่องมือ Trend จาก Wisesight ทำ Real Time Marketing ด้วย Trend จาก Wisesight (ฟรี) วิธีใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์ https://trend.wisesight.com/ แล้วล็อกอินด้วย Facebook ก็สามารถใช้งานได้ทันที แถมฟรีอีกด้วย เมื่อล็อกอินเข้าไปแล้ว…

กลุ่มเป้าหมาย Lookalike

กลุ่มเป้าหมาย Lookalike ใน Facebook เริ่มทดสอบสร้างโดยไม่ต้องระบุ Location

กลุ่มเป้าหมาย Lookalike ใน Facebook เริ่มมีการทดสอบสามารถสร้าง Lookalike โดยไม่จำเป็นไม่ต้องระบุ Location หรือประเทศอีกต่อไป ซึ่งโดยปกตินั้น การสร้างกลุ่มเป้าหมาย Lookalike นั้น จำเป็นที่จะต้องระบุประเทศก่อน ถึงจะสร้างกลุ่มเป้าหมายมาได้ กลุ่มเป้าหมาย Lookalike สามารถระบุ Location ใน Ad Set แทน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปว่าจะควบคุม Location ไม่ได้ แค่กลุ่มเป้าหมาย Lookalike เมื่อนำมาใช้งานใน Ad Set ก็สามารถปรับโลเคชันได้ตามปกติ โดยจะมีผลกับแคมเปญใหม่ ส่วนแคมเปญเก่าที่ยังใช้ Lookalike แบบเดิมก็จะยังรันตามปกติต่อไป ที่มา [1] ติดตามข่าวสาร บทความดี ๆ จาก Digital Break Time ได้ที่  Facebook, Twitter, Line Official Account, Instagram

ฟีเจอร์ Shoppable Video

ฟีเจอร์ Shoppable Video เริ่มทดสอบการใช้งานในแอพพลิเคชัน TikTok

ฟีเจอร์ Shoppable Video เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของแอพพลิเคชัน TikTok ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับลงวิดีโอคลิปสั้น ๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเริ่มใช้โดยการใส่ URL ลิงก์หน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ เมื่อดูวิดีโอแล้ว ต้องการซื้อสินค้าหรือก็สามารถไปยังหน้าเว็บไซต์ได้ทันที โดยมีวิดีโอยืนยันตามด้านล่างนี้ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานโดยทั่วไปเมื่อไร ฟีเจอร์ Shoppable Video ไม่ใช่ของใหม่ เริ่มใช้ใน Instagram แล้ว เหล่า Social Network ทั้งหลายต่างก็มีฟีเจอร์ที่คล้ายกันนี้ แต่อาจไม่ใช่ในรูปแบบวิดีโอก็ตาม เช่น Instagram ที่มีข่าวให้สั่งซื้อสินค้าและชำระผ่าน Instagram โดยตรง เรียกว่าฟีเจอร์ in-app checkout (ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาก่อน) นั่นหมายความว่า Social Network พยายามเริ่มทำตัวเป็น E-Commerce เองมากยิ่งขึ้น ที่มา [1], [2] ติดตามข่าวสาร บทความดี ๆ จาก Digital Break Time ได้ที่ Facebook, Twitter, Line Official Account, Instagram

YouTube Premium ไม่มีโฆษณา

YouTube Premium ไม่มีโฆษณา จะส่งผลต่อการโฆษณาหรือไม่ เราควรลงโฆษณาแบบ Video ต่อไหม

YouTube Premium ไม่มีโฆษณา บอกเลยว่า YouTube Premium และ YouTube Music เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยได้ไม่นาน โดยมีฟีเจอร์เด็ดที่โดดเด่นออกมา นั่นคือ ฟีเจอร์ดู YouTube ได้แบบปราศจากโฆษณาทั้งหมด (สำหรับ YouTube Premium) ไม่ว่าจะเป็น Masthead, In-stream Video, GDN บน YouTube, หรือโฆษณาบนผลลัพธ์ของ Search ใน YouTube จ่ายแล้วจบ ไม่ต้องทนดูโฆษณาใน YouTube อีกต่อไป แต่บทความนี้จะไม่มีการแนะนำฟีเจอร์อื่น ๆ หรือราคาแพ็กเกจแต่อย่างใด แค่จะมาวิเคราะห์กันว่าเมื่อ YouTube Premium ทำให้ไม่มีโฆษณา แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง และยังเหมาะที่จะลงโฆษณาใน YouTube อยู่หรือไม่ คนจำนวนมาก ก็ยังคงใช้งาน YouTube ฟรีกันอยู่ ถึงแม้ YouTube Premium ไม่มีโฆษณา ถึงแม้จะไม่มีตัวเลขแน่ชัดว่าจะมีคนใช้งาน YouTube Premium…

voice search คืออะไร

Voice Search คืออะไร คนทำ SEO, SEM ต้องเตรียมรับมือแค่ไหน จะมาแทนที่ Text Search จริงหรือไม่

Voice Search คืออะไร Voice Search คือการใช้เสียงเพื่อการค้นหา ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมี Device ที่รองรับการสั่ง และค้นหาด้วยเสียงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, Google Home, Amazon Alexa หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านที่มีแนวโน้มจะรองรับคำสั่งเสียงเพิ่มขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การค้นหาด้วยเสียงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นนั่นเอง Voice Search คืออะไร แตกต่างจาก Text Search มากแค่ไหน ส่วน Text Search นั่นคือการค้นหาด้วยตัวอักษรอย่างเก่านั่นเอง ที่เราใช้กันประจำ ทั้งในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็มีความแตกต่างกันมากพอสมควร เช่น Voice Search จะมีความยาวและเจาะจงมากกว่า Text Search รู้หรือไม่ว่าโดยปกติแล้วใน 1 นาที จะพิมพ์ได้ราว 38-40 คำ แต่ถ้าเป็นพูดล่ะก็ 1 นาทีจะพูดได้ถึง 110-150 เลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า Voice Search มักจะเป็นการค้นหาโดยใช้คำที่ยาวมากขึ้น และเป็นคำพูดที่เป็นประโยค โดยเฉพาะประโยคคำถาม…

Responsive Ads สำหรับ Facebook

Responsive Ads สำหรับ Facebook มาแล้ว สามารถใส่ข้อความได้หลายประโยค

Responsive Ads สำหรับ Facebook เริ่มมาแล้ว โดยผู้ลงโฆษณาสามารถใช้งานได้ในระดับ Ads ซึ่งเปิดให้ใช้งานได้ทั้ง Primary Text (Caption), Headline และ Description ซึ่งในแต่ละระดับสามารถใส่ได้สูงสุดถึง 5 แบบด้วยกัน Responsive Ads สำหรับ Facebook ใส่ข้อความได้หลายแบบ มีส่วน การมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะระบบจะช่วยคัดกรองเลือกคำทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำให้เหล่านักการตลาดจำเป็นที่จะต้องคิดคำให้มากกว่าเดิมเช่นกัน ที่มา [1] ติดตามข่าวสาร บทความดี ๆ จาก Digital Break Time ได้ที่ Facebook, Twitter, Line Official Account, Instagram

หนุ่มซีวิคหัวร้อน

หนุ่มซีวิคหัวร้อน เราได้เรียนรู้อะไรกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เมื่อ Digital Footprint อยู่รอบตัวเรา

หนุ่มซีวิคหัวร้อน นับว่าเป็นประเด็นใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทาง Digital Break Time ไม่ได้ต้องการจะซ้ำเติมหรือจะเล่าเรื่องเหตุการ์ณนั้นแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้เกิดการคิดว่า เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ และเราได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ Digital Footprint คือร่องรอยชั้นดีที่สามารถนำมาขุดคุ้ยได้ Digital Footprint ก็เปรียบได้กับเศษขนมปังเหมือนนิทานในเรื่องฮันเซล-เกรเทล แต่เป็นเศษขนมปังที่ชี้เป้าได้อย่างแม่นยำว่าเราเคยทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนโลกไซเบอร์บ้าง คุณเลยลองเอาชื่อจริงนามสกุลจริงของตัวเองค้นหาใน Google บ้างหรือไม่ล่ะ ผลการค้นหาอาจเป็น Social Media ที่คุณใช้งานอยู่ คุณไปเช็กอินที่ไหนไว้บ้าง หรืออาจเป็นบทความ บทคัดย่อของสารนิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์ที่คุณเขียน รูปของคุณที่ไปรับรางวัลอะไรสักอย่าง หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ขายของเอาชื่อคุณไปลงในเว็บไซต์เพื่อบอกเลขที่จัดส่ง แล้วไม่เคยลบสักที นี่แหละทั้งหมดนี้คือ Digital Footprint แน่นอนว่าสำหรับคนที่ทำเรื่องดี ๆ หรือมีชื่อเสียงอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไรนัก แต่แน่นอนว่าเราควรตระหนักให้มากในเรื่อง Digital Footprint บางอย่างอยู่ในอินเทอร์เน็ตแล้วก็ไม่สามารถลบออกไปได้ ปรากฏทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี ดังหนุ่มซีวิคหัวร้อนที่ปรากฏในคลิปก็ได้มีการเริ่มหา Social Media ถึงขนาดขุดคุ้ยว่าทำงานที่ไหน เคยเรียนที่ใด และลุกลามไปยังคนที่ใช้นามสกุลเดียวกันอีกด้วย ระวังเรื่องข่าวปลอมเอาไว้ให้ดี เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเกิดการเผยแพร่คลิปของหนุ่มหัวร้อน ก็มีโปรไฟล์บน Facebook ชื่อเดียวกันของหนุ่มซีวิคหัวร้อนเกิดขึ้นมากมาย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการอัปเดตสเตตัส…

ฟีเจอร์ Why am I seeing this ad

ฟีเจอร์ Why am I seeing this ad ของ Facebook ปรับวิธีการดู Target ให้ละเอียดยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ Why am I seeing this ad ของ Facebook เรียกว่าเป็นฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้งานดูได้ แสดงถึงความโปร่งใสในการโฆษณา เมื่อเจอโพสต์ที่เป็น Sponsor เราสามารถเลือกที่ จุดสามจุดด้านขวามือของโพสต์นั้น แล้วเลือก Why am I seeing this ad ก็จะแสดงรายละเอียดของโฆษณานั้นขึ้นมา ฟีเจอร์ Why am I seeing this ad อ่านง่าย แสดงรายละเอียดมากกว่าเดิม หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่า Facebook มีฟีเจอร์ที่เราดูได้ว่าโฆษณาที่เราเจอนั้น Target จากอะไร โดยเมื่อก่อนนั้นจะบอกเป็นรูปแบบที่รวมกันมา อ่านยากและไม่ชัดเจน แต่ในรูปแบบใหม่นี้บอกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่นบอก Interest ที่ใช้งาน อายุ โลเคชัน รวมไปถึงภาษา นั่นทำให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ก็นับว่าเป็นข้อดีของคนทำโฆษณาด้วยเช่นกัน เมื่อเจอโฆษณาของคู่แข่ง ก็ทำให้เราทราบได้ว่าคู่แข่งใช้การ Target แบบใด ติดตามข่าวสาร บทความดี ๆ…